BONGKOCHRAT 的个人资料LOVE IS日志列表留言簿更多 工具 帮助

日志


เพลงแสงหนึ่งคือรุ้งงาม

 



 

บทเพลงเทิดพระเกียรติ

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยา
ณิวัฒนาฯ แต่งโดย บอย โกสิยพงษ์

 
เพลง:แสงหนึ่งคือรุ้งงาม
ขับร้อง: นภ พรชำนิ

 
รู้ไหมว่าเราซาบซึ้งใจแค่ไหน
และรู้ไหมว่าเรานั้น ปลาบปลื้มเท่าไหร่
ที่ได้มีเธอ เป็นพลังอันสำคัญ
เพราะว่าเรานั้นรู้เธอทำเพื่อใคร
เหน็ดเหนื่อยแค่ไหน เธอไม่ไหวหวั่น
เพื่อที่จะให้เรานั้นได้เดินต่อไป
แม้ว่าจะไม่มีใครมองเห็นเธอ
แต่ว่าสำหรับเรานั้น...
เธอเหมือนดังกับแสง ที่มองไม่เห็น
แต่เมื่อส่องมาสะท้อน สิ่งที่ซ่อนเร้น
ก็เด่นชัดขึ้นทันที
เปรียบเธอกับแสง แม้ไม่มีสี
แต่เธอก็สะท้อน ความจริงให้โลกนี้
ได้พบเห็นสิ่งดี ๆ ว่างดงามเพียงใด
ถึงแม้ว่าพรุ่งนี้ จะเป็นเช่นไร
วันและคืนจะหมุนเปลี่ยนสักเท่าไหร่
เรานั้นก็แน่ใจ ว่าจะมีเธอยืนอยู่ข้างหลัง
แม้ว่าจะไม่มีใครมองเห็นเธอ
แต่สำหรับเรานั้น...
เธอเหมือนดังกับแสง ที่มองไม่เห็น
แต่เมื่อส่องมาสะท้อน สิ่งที่ซ่อนเร้น
ก็เด่นชัดขึ้นทันที
เปรียบเธอกับแสง แม้ไม่มีสี
แต่เธอก็สะท้อน ความจริงให้โลกนี้
ได้พบเห็นสิ่งดี ๆ ว่างดงามเพียงใด
จึงอยากขอมอบเพลง เพลงนี้ให้
ให้เธอรับรู้ว่าสำหรับเรา เธอสำคัญเพียงไหน
เธอเป็นดั่งแสง ที่มองไม่เห็น
แต่เมื่อส่องมาสะท้อน สิ่งที่ซ่อนเร้น
ก็เด่นชัดขึ้นทันที...
เปรียบเธอกับแสง แม้ไม่มีสี
แต่เธอก็สะท้อน ความจริงให้โลกนี้
ได้พบเห็นสิ่งดี ๆ ว่างดงามเพียงใด
แต่เธอก็สะท้อน ความจริงให้โลกนี้
ได้พบเห็นสิ่งดี ๆ ว่างดงามเพียงใด

 ปล. ขอร่วมไว้อาลัยแด่
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ
ขอให้พระองค์สเด็จสู่สรวงสวรรค์ 

 

ในมุมนึง-อีกมุมนึง






ในมุมหนึ่ง...

หลายครั้งที่ฉันแอบมองหน้าเขา
เวลาที่เขาเผลอ
เขาน่ารักมาก แต่ทำไมนะ..
เขาถึงไม่เคยแม้แต่จะชำเลืองมองฉันเลย

หลายครั้งที่เขาคุยกับผู้หญิงคนอื่น
แต่ฉันกลับรู้สึกหึงไปมากมาย ทั้งที่เราเป็นแค่เพื่อนกัน
แต่เขากลับไม่เคยที่แคร์ความรู้สึกฉันเลย
หลายครั้งที่ฉันสารภาพอย่างอ้อมๆ กับเขาว่า
ฉันแอบหลงรักผู้ชายคนนึงอยู่
เขาก็รับฟังแล้วหัวเราะ
แล้วบอกว่า ดีแล้วล่ะที่เธอมีความรัก
แต่ใครหนอจะเป็นผู้ชายที่โชคร้ายคนนั้น
หลายครั้งที่ฉันแกล้งทำสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น
เพื่อหวังให้เขามีความรู้สึกว่าหึงบ้าง
แต่เขาก็ไม่เคยจะยินดียินร้ายสักนิด มิหนำซ้ำ
ยังเข้าไปคุยกับผู้ชายคนนั้นอย่างดีหน้าตาเฉย

หลายครั้งที่ฉันถามเขาว่า ถ้าเกิดว่าเธอรู้สึกว่ารักใคร
แล้วเขาไม่เคยรักตอบหรือแม้แต่จะมองมาเลย
เธอจะรู้สึกอย่างไร
? เขากลับตอบว่า "เรื่องของผม"
หลายครั้งที่ฉันไม่สบาย ฉันแค่อยากได้ยินคำว่า
ทานยาหรือยังเป็นห่วงนะแต่เขากลับแค่มอง
แล้วก็เดินผ่านไป..

หลายครั้งที่ฉันอยากให้เขาเดินไปส่งที่ป้ายรถเมล์
แต่เขาบอกว่า ไม่ดีหรอก เดี๋ยวแฟนเห็น
หลายครั้งที่ฉันโทรไปหาเขา
พยายามคุยแบบเพื่อนเพื่อให้เขาไม่อึดอัด
แต่เขากลับพูดมาว่าทำไมถึงต้องโทรมาด้วย
อย่าทำให้ผมต้องพูดอะไรที่จะทำให้คุณรู้สึกไม่ดีออกไปนะ
หลายครั้งที่ฉันอยากจะบอกความในใจออกไป
ให้เขาได้รับรู้สักที
แต่ทุกๆ คำที่ฉันได้รับจากเขา
มันเพียงพอแล้ว ฉันไม่ต้องการที่จะบอกอะไรเลยกับเขา
ฉันไม่เกลียดเขาหรอก เพราะคนเรามีสิทธิ์ที่จะเลือกรัก
หรือเกลียดได้
แต่ต่อไปนี้ฉันคงไม่กล้า ที่จะมองเธอแล้วล่ะ
ไม่คุย ไม่โทรไปหรือทำให้เธออึดอัดใจใดๆ ทั้งสิ้น
ลาก่อนนะคนดีและลาก่อนความรักของฉัน
พยายามทำดีเพื่อคุณอยู่ก็ได้โดยที่คุณก็ไม่เคยได้รู้เลย


 อีกมุมหนึ่ง...

หลายครั้งที่ผมรู้สึกว่าคุณแอบมองผมอยู่
คุณรู้มั้ยว่ามันทำให้ผมไม่กล้าแม้แต่จะสบตาคุณ . . .
คุณน่ารักมาก ผมไม่เคยใจสั่นแบบนี้มาก่อนเลย
สายตาคุณทำไมถึงได้ทำให้ผมเป็นได้ขนาดนี้นะ . . .
หลายครั้งที่ผมต้องพยายามคุยกับผู้หญิงคนอื่นๆ
เพื่อให้ไม่ให้คิดกับคุณมากไปมากกว่านี้
แต่ผมห้ามหัวใจตัวเองไม่ได้เลย . . . ทำไมนะ . . .
หลายครั้งที่คุณบอกผมว่าคุณแอบหลงรักผู้ชายคนนึงอยู่
คุณรู้ไหมหัวใจผมมันเจ็บปวดแค่ไหน. . .
ทำไมถึงไม่เป็นผมนะ
หลายครั้งที่ผมเห็นคุณสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น
ผมทรมานมากเลยรู้มั้ย . . . ผมรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า
คุณมีแฟนแล้วสินะ . . .
สำหรับผมเพื่อนเท่านั้นที่คุณรู้สึกสินะ
แต่ผมก็ยอมได้เพื่อคุณ
ทุกครั้งที่คุณถามผมว่าถ้าผมไปหลงรักใคร
โดยที่เขาไม่เคยมองเลย
ผมจะทำยังงัย
ผมตอบคุณไปแล้วนะ เรื่องของผม
คุณรู้มั้ยว่านั่นเป็นคำพูดที่ผมตอบกับตัวเอง
นั่นสินะ
เรื่องของผมที่จะรักผู้หญิงคนนี้
โดยที่เขาไม่เคยสนใจผมเลยแม้แต่น้อย
ทุกครั้งที่คุณไม่สบาย..
คุณรู้มั้ยว่าถ้าผมเจ็บแทนคุณได้ ผมจะไม่รอช้าเลย
คุณรู้มั้ยว่าผมมอง เห็นเขาคนนั้นเอายามาให้คุณ
ผมไม่อาจทนดูภาพนั้นได้เลย อยากเข้าไปชกหน้าเขา
แต่ก็ทำไม่ได้ผมถึงได้แค่มองแล้วก็เดินจากไปอย่างเงียบๆ
คุณคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมยืนมองอยู่นานแค่ไหน
ด้วยห้วใจที่ปวดร้าว
ถุงยาในมือผมมันร่วงลงตอนไหนไม่รู้
ทุกครั้งที่คุณบอกว่าจะให้ผมไปส่งคุณที่ป้ายรถเมล์
รู้มั้ยผมตื่นเต้นมากๆ ที่จะได้ไปส่งคุณ
แต่ผมคงไม่ไปส่งคุณแค่ป้ายรถเมล์หรอก
ผมอยากส่งคนที่ผมรักให้ถึงบ้านเลย
แต่พอนึกถึงหน้าของผู้ชายคนนั้น แฟนคุณคนนั้น
ผมไม่อยากให้คุณมีปัญหา
ผมไม่อยากให้แฟนคุณเข้าใจผิดผมถึงได้บอกกับคุณว่า
"ไม่ดีหรอก เดี๋ยวแฟนเห็น" หลายครั้งที่คุณโทรหาผม
หัวใจผมมันเต้นตามเสียงของโทรศัพท์
ผมไม่อยากรับโทรศัพท์คุณเลย
ผมไม่อยากให้ใจผมมันรักคุณไปมากกว่านี้อีกแล้ว
มันทรมาน..

และในที่สุดผมก็ไม่อาจทนรอให้มันดังอย่างนั้นได้อีกแล้ว
ผมจึงตัดสินใจบอกคุณไปว่าอย่าทำให้ผมต้องพูดอะไร
ที่จะทำให้คุณรู้สึกไม่ดีเลย
คุณรู้อะไรมั้ยเพราะผมกลัวว่าผมจะสารภาพ
ความในใจกับคุณ
ที่มันเก็บไว้มานานออกไป
ผมกลัวใจตัวเองเหลือเกิน
ถ้าผมเผลอพูดออกไป. . . คุณคงรู้สึกไม่ดี
คงเกลียดผม
และเดินจากผมไป
ผมไม่อยากให้คุณจากผมไปไหนทั้งนั้น
ผมรักคุณนะแต่หลังจากวันนั้นทำไมคุณถึงเมินเฉยกับผมนัก
คุณรู้ตัวมั้ยสายตาที่คุณมองผมอย่างเย็นชานั้นน่ะ 
มันทำให้ผมไม่เป็นอันทำอะไรกลับมาเหมือนเดิม
กับผมได้มั้ย
แม้จะได้แค่เป็นเพื่อนกับคุณเหมือนเดิม
อย่างที่เคยเป็น
แค่นี้ ผมก็สุขใจแล้ว
เพราะอะไร บอกผมสักคำสิ่ง บางทีสิ่งที่คุณเห็น
หรือสิ่งที่คุณคิด
จริงๆ แล้วมันอาจไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย


วันพ่อแห่งชาติ



 


ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

บทกลอนของเด็กอัฟริกัน




  
          .... .... ....

       
 บทกลอนของเด็กอัฟริกัน
ผู้ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากUN

When I born, I black :
(เมื่อผมเกิด ผมผิวดำ)

When I grow up, I black :
(เมื่อผมโตขึ้น ผมก็ยังผิวดำอยู่)

When I go in Sun, I black :
(เมื่อผมอยู่ใต้แสงแดด ผมก็คงยังผิวดำ)

When I scared, I black :
(เมื่อผมกลัว ผมก็ผิวดำ)

When I sick, I black :
(เมื่อผมป่วย ผมก็ยังผิวดำ)

And when I die, I still black :
(และเมื่อผมตาย ผมก็ยังคงผิวดำ)

And you white fellow :
(และคุณ...เพื่อนมนุษย์ผิวขาว)

When you born, you pink :
(เมื่อแรกเกิด คุณมีผิวสีชมพู)

When you grow up, you white :
(เมื่อคุณโตขึ้น คุณมีผิวสีขาว)

When you go in sun, you red :
(เมื่อคุณอยู่ใต้แสงแดด คุณมีผิวสีแดง)

When you cold, you blue :
(เมื่อคุณหนาว คุณมีผิวสีน้ำเงิน)

When you scared, you yellow :
(เมื่อคุณกลัว คุณมีผิวสีเหลือง)

When you sick, you green :
(เมื่อคุณป่วย คุณมีผิวสีเขียว)

And when you die, you grey :
(เมื่อคุณตาย คุณมีผิวสีเทา)

And you calling me colored?? :
(และคุณเรียกผมว่า คนผิวสี??) 


 ปล.เป็นเมลล์บทความดีดีที่ส่งต่อๆกันมาหลายคนคงได้อ่านกันบ้างแล้ว มีคิดเห็น
ยังไงมาแชร์กันเนอะแต่ที่รู้รู้อ่านแล้วดี..


ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน

 
 

 

 




                    ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน

ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน
แต่อย่าลืมว่าบนโลกไม่ได้มีคนสองคนเท่านั้น
อย่าโกรธเขาที่ต้องปฏิเสธรักจากคุณ
ด้วยเหตุผลว่าเราเข้ากันไม่ได้
ด้วยเหตุผลว่าสังคมเราต่างกัน
ด้วยเหตุผลว่าเขารักคนอื่นที่มีค่าพอกับคุณ

วิทยาศาสตร์อาจต้องการเหตุผล
แต่เรื่องความรักย่อมไม่ต้องการเหตุผลใดใด
คนดีอาจรักกับคนเลว
จงอย่าโทษเขาว่าเขารักคนผิด
จงอย่าโทษเขาว่าเขารักคนที่ไม่เอาไหน
และจงอย่าโทษตัวเองว่าเรารักคนที่ไม่ดี

จงเชื่อในสายตาของตัวเอง
จงเชื่อประตูหัวใจอันมีค่าที่เลือกจะเปิดรับเขาคนนั้น
แม้ใครจะพูดว่าคู่ของเราเป็นคนไม่ดี
แต่ในแง่ของความรัก คุณทั้งสองเป็นคนดีของกันและกัน
เหตุผลทั้งหมดเพราะความรักแต่ละคนย่อมต่างกัน

ไม่แปลกที่บางคู่อาจทะเลาะกันทั้งวัน
ไม่แปลกที่บางคู่อาจหวานให้แก่กันได้ทั้งวัน
และไม่แปลกที่บางคู่ต่างเฉยชาต่อกัน
และก็คงไม่แปลกเลยที่บางคู่อาจต่างกันราวฟ้ากับดิน

อย่าไปคิดว่าทำไมคู่เราถึงไม่เหมือนคู่ของใครเขา
อย่าไปคิดว่าคู่เราแปลกหรือเปล่า

อย่าไปสนใจว่าเราควรเปลี่ยนแปลงอะไรไหม
ถ้าจะเปลี่ยน ก็ขอให้เปลี่ยนเพื่อรักมิใช่เพื่อเลิกรัก

ปล..หยิบมาฝากจากหนังสือ love is หนังสือดีๆกับ
มุมมองความรักที่ดีดี หวังว่าคงจะชอบกันนะ ...
 

ข้อคิดดีดีจากน้าเน็ก



 

 

 

 

ข้อคิดดี-ดี จากน้าเน็ก                  
                        
บางคนแอบรักเขา..ซุ่มเลิฟอยู่อย่างนั้น
ปล่อยให้ความรู้สึกที่ดีลอยไปหาคนอื่น แต่กลับปล่อย
ให้ใจตัวเอง .. เหลืออยู่แต่ความรู้สึกต่ำต้อยได้ทุกวัน
ทุกวัน .. ทุกวัน ..
บางคนกินทิฐิเป็นอาหาร เก๊กใส่กันไปวัน ๆ
ต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายง้อ คุณแน่ ผมแน่ งอนการกุศล
ประชดทำลายสถิติ เชิดหยิ่ง ชิงชนะเลิศ....ไอ้บ้า
และอีกหลายคนนิยมกิจกรรม "ฆ่าเวลา"
ชีวิตมันว่างจัด ขนาดต้องฆ่าเวลากันเลย
บอกตรง ๆ เห็นแล้วอยากตบกบาล
เอ็งกำลังทำลายทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดที่มนุษย์
ทุกคนพึงจะมี อีกหน่อยเราก็ตายจากัน...แล้วนะ
ลองคิดแบบนี้บ้าง ใช่แล้ว....เราจะเกิดความเสียดาย
เพราะเหลืออีกหมื่นแสนล้านที่เรายังไม่ได้ทำ ตายได้ไง
หากฝันไม่สำเร็จ ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ยอมตาย
แต่ให้รีบทำทุกอย่าง ก่อนที่จะตาย ...
ซึ่งจะเป็นวันไหนก็ไม่รู้และในเมื่อเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ...
มาเตรียมการรอรับวาระสุดท้ายของเราดีกว่า
เอาแบบตายวันตายพรุ่งก็จะได้นอนตายตาหลับ
ใช้ชีวิตโดยคิดซะว่า....พรุ่งนี้ฉันจะตายแล้ว
ทำงานในสิ่งที่เรารัก ..เสมือนว่าเราจะไม่ได้ทำมันอีก
ตามความฝันของเราไปสุดโต่ง...ต้องรีบแล้ว
เดี๋ยวตายนะ...เตือนแล้วไง
รักให้หมดใจ บอกเขาไปทั้งหมดที่ความรู้สึกมี
ส่วนจะรักหรือไม่รักผม ไม่สนว้อย
...เพราะพรุ่งนี้ชั้น(อาจจะ) ตายแล้ว
ใช้เวลา (ที่อาจจะ) สุดท้ายที่มีต่อกันไว้
กอดกันเหมือนว่านี่เป็นกอดครั้งสุดท้ายของเรา
นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะอย่างน้อย ๆ
เราจะได้มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มตอนให้สัมภาษณ์ยมบาล .......
คนข้างบ้านเดินแป้นแล้นมาบอกข่าวดี
ลูกสาววัย 23 กำลังจะแต่งงาน ในมือมีซองสีชมพู
พร้อมการ์ด ลูกสาวอยู่ต่างจังหวัดกับคู่หมั้น
แม่เลยต้องมาแจกการ์ดเอง เมื่อกี๊ว่าที่เจ้าสาว
เพิ่งโทรมาปรึกษาแม่เรื่องชุดแต่งงาน...
หลังจากนั้น 3 ชั่วโมง เธอตาย
...แต่กว่าคนเป็นแม่จะรู้ข่าวร้าย ก็ปาไป 5 วัน
ซองในมือผม กลายเป็นเงินช่วยงานศพ
ช่อดอกไม้ กลายเป็นพวงหรีด และทั้งหมด
กลายเป็นแรงบันดาลใจ ที่อยากจะบอก
ว่าอีกหน่อยเราก็ตายจากกัน .... แล้วนะ
อ้าว....รู้งี้ยังจะมาอ้อยสร้อยอะไรกันอีก
รีบแยกย้ายไปใช้เวลาที่เราเหลืออยู่ไปทำทุกอย่าง
ที่เรายังไม่ได้ทำ เดี๋ยวตายซะก่อน....เสียดายแย่

..ปล ..ขอบคุณน้าเน็กกับบทความดีดีที่มีให้อ่าน
และขออุทิศบทความนี้ให้ผู้หญิงคนหนึ่งที่ไปแอบรัก
คนคนนึงแต่ก็ยังกลัวที่จะบอก .. เค้าคงรู้ ว่าตอนนี้
ควรทำยังไง..เอาใจช่วยทุกๆคนด้วยนะ ..สุขสมหวัง

 


 

วันลอยกระทง





ประวัติเพิ่มเติม
ลอยกระทง เป็นประเพณีของไทยที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาแต่โบราณ งานลอยกระทงเริ่มทำตั้งแต่ กลางเดือน 11 ถึงกลางเดือน 12 ซึ่งเป็นฤดูน้ำหลาก น้ำจะเต็มสองฝั่งแม่น้ำ ที่นิยมมากคือ ช่วงวันเพ็ญเดือน 12 เพราะพระจันทร์เต็มดวง ทำให้แม่น้ำใสสะอาด แสงจันทร์ส่องเวลากลางคืน เป็นบรรยากาศที่สวยงาม เหมาะแก่การลอยกระทง เดิมพิธีลอยกระทงเรียกว่า พระราชพิธีจองเปรียงชักโคม ลอยโคม ซึ่งเป็นพิธีของพราหมณ์ เพื่อบูชาพระเป็นเจ้าทั้งสาม คือ พระอิศวร พระนารายณ์ และพระพรหม ครั้นคนไทยรับนับถือพระพุทธศาสนา ก็ทำพิธียกโคมเพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุ พระจุฬามณี ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ลอยโคมบูชาพระพุทธบาท ณ หาดทรายแม่น้ำนัมมทานที ประเทศอินเดีย 
การลอยกระทงตามสายน้ำนี้ นางนพมาศ สนมเอกของพระร่วงเจ้ากรุงสุโขทัย คิดทำกระทงรูปดอกบัว และรูปต่างๆถวาย พระร่วงทรงให้ลอยกระทงตามสายน้ำไหล ในหนังสือ ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ พระร่วงตรัสว่า "แต่นี่สืบไปเบื้องหน้า โดยลำดับกษัตริย์ในสยามประเทศ ถึงกาลกำหนดนักขัตฤกษ์วันเพ็ญเดือน 12 ให้ทำโคมลอย เป็นรูปดอกบัวอุทิศสักการบูชาพระพุทธบาทนัมฆทานที ตราบเท่ากัลปาวสาน" ครั้นถึงสมัยรัตนโกสินทร์ มีการทำกระทงขนาดใหญ่และสวยงาม ดังพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ ของเจ้าพระยาทิพาราชวงศ์ กล่าวไว้ว่า "ครั้นมาถึงเดือน 12 ขึ้น 14 ค่ำ 15 ค่ำ แรมค่ำหนึ่งพิธีจองเปรียงนั้น เดิมได้โปรดให้ขอแรง พระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายหน้า ฝ่ายใน และข้าราชการที่มีกำลังพาหนะมาทำกระทงใหญ่ ผู้ถูกเกณฑ์ต่อเป็นถังบ้าง ทำเป็นแพหยวกบ้าง กว้าง 8 ศอกบ้าง 9 ศอกบ้าง กระทงสูงตลอดยอด 10 ศอก 11 ศอก ทำประกวดประขันกันต่างๆ ทำอย่างเขาพระสุเมรุทวีปทั้ง 4 บ้าง และทำเป็นกระจาดชั้นๆบ้าง วิจิตรไปด้วยเครื่องสด คนทำก็นับร้อย คิดในการลงทุนทำกระทงทั้งค่าเลี้ยงคนและพระช่าง เบ็ดเสร็จก็ถึง 20 ชั่งบ้าง ย่อมกว่า 20 ชั่งบ้าง" ปัจจุบันประเพณีลอยกระทง มีการจัดงานกันแทบทุกจังหวัด ถือเป็นงานประจำปีที่สำคัญ
PS.ไปลอยกระทงที่ไหนบอกกันบ้างนะคะ ...  ขอให้มีความสุขสนุกสนานในวันลอยกระทง ทุกคน

ความในใจของนิ้วทั้ง



ปล.เก็บมาฝากจาก fw mailนะหลายๆนอาจเคยได้ดูกันมาบ้างแล้วเห็นมันน่ารักดีเลยชอบ
ปกติชอบใช้นิ้วชี้ แต่ไม่ได้เอาไว้จิ้มไรนะ 555 เอาไว้ชี้ สั่ง สั่ง สั่ง ไม่รู้มันจะบ่นมั่งหรือป่าว 

ข้อความดีดีสำหรับเรื่องความรัก





 

ข้อความดี-ดี

สำหรับเรื่องความรัก ..

"ความลับ" บอกไปมันก็ไม่เป็น"ความลับ" อีกต่อไป
แต่"ความรัก" บอกออกไป ยังไงๆ ก็เป็นความรักอยู่ดี
ไม่ว่าจะเป็นงานที่เรารัก หรือคนที่เรารัก มักมีสองด้านเสมอ
อยู่ที่ว่าเรารักมากพอที่จะยอมรับอีกด้านนึงหรือเปล่า

คิดถึงเขาแล้วได้อะไร...ได้คิดถึง... โอเค
.. งั้นคิดถึงไปเลย
ร้องไห้มากมายขนาด นี้แล้วได้อะไร...
ได้ปลดปล่อยเพราะเหนื่อยเหลือเกิน .. งั้นจงร้องให้สาใจ
ทำอะไรดีๆให้คนอื่นแล้วได้อะไร...ได้อย่างที่อยากเพราะอยากให้
งั้นเต็มที่เลยอยากให้อะไรก็ให้
แต่ถ้ามัวเสียใจ โทษตัวเอง
ไม่มีแรงจะทำอะไรอีกต่อไปแล้วตอบไม่ได้ว่า "เป็นอย่างนี้แล้วได้อะไร"
หยุดเถอะ... การทำร้ายตัวเองขนาดนี้ควรได้อะไรบ้าง?
เหงาแล้วได้อะไร...
เรื่องอะไรก็ตามถ้าสาเหตุมาจากตัวเรา
อย่างน้อยมันก็แก้ง่ายกว่า
เปลี่ยนที่ตัวเรายังไงก็เหนื่อยน้อยกว่าร้องให้คนอื่นเปลี่ยน 

"คิดถึง"  เป็นความรู้สึกหนึ่ง
ซึ่งสามารถทำไปพร้อมๆกับกิจกรรมอื่นๆได้ 
 "คิดถึง"  คือคำสั้นๆ
ที่สามารถดูแลความสัมพันธ์ให้ยาวนานอย่างไม่น่าเชื่อ
" คืดถึง" ถ้าไม่บอก
มันก็เป็นแค่ "คิด" แต่ไม่  "ถึง" ซะที

เพื่อนน้อยลง ทุกทีเมื่อเราโตขึ้น
ความจริงเพื่อนมีจำนวนมากขึ้น
แต่เราให้เวลาเพื่อนน้อยลงต่างหาก
ยิ่งนานยิ่งรักเกิดขึ้นได้พอๆ กับยิ่งนานยิ่งไม่รัก

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าสปีชี่ของมนุษย์
รักเดียวใจเดียวมาแต่ ไหนแต่ไร
ในขณะที่ส่วนใหญ่ปัญหาหัวใจ
ในอันดับต้นๆ คือ เจอคนหลายใจ

อย่าร้องขออะไร ถ้ายังไม่ได้เริ่มต้น "ให้" เลย
เรื่องความรักเป็น เรื่องที่ไม่จำเป็นต้องหนี
เรื่องความจริงเป็นเรื่องที่ต้องยอมรับและอยู่กับมันให้ได้

ความรักเป็นเรื่องตรงกลาง
มากไปก็ไม่ดี น้อยไปก็ไม่ได้
ความรักเป็นเรื่องตรงกลาง
ใช้เหตุผลมากไปก็ไม่ได้ ใช้ความรู้สึกมากไปก็ไม่ดี
ความรักเป็นเรื่องตรงกลาง
ให้เยอะเกินไปก็ไม่ดี รับมากเกินไปก็ไม่ได้
ความรักเป็นเรื่องเทา ๆ
อย่าหวังให้ขาวจั๊วะและอย่าทำให้มันดำปิ๋ดปี๋
ความรักเป็นเรื่องของความเข้าใจ
ถ้าใส่น้ำใจให้อภัยและยอมรับฟังเข้าไปด้วยก็ดี
ความรักเป็นเรื่องง่าย
คนต่างหากที่ทำให้มันยากเอง

ทำไมคนเราถึงรู้สึกเจ็บ?
เพราะนั่นมันเป็นกลไกการป้องกันตัวอย่างหนึ่ง
เมื่อไหร่ที่รู้สึกเจ็บเราจะได้เลิก
เมื่อไหร่ที่เรารู้สึกเจ็บเราจะได้อยู่ห่างๆ เอาไว้
และเมื่อไหร่ที่เรารู้สึกเจ็บเราจะได้ เข็ด จำ และไม่ทำอีก

ความรักไม่ได้ทำให้คนตาบอดหรอก
แต่ทำให้เรา เลือกอยากจะมองในสิ่งที่อยากมอง
และเลือกไม่มองในสิ่งที่ไม่อยากเห็นมากกว่า
ไม่ว่า ความรักทำให้ตาบอด หรือเราเลือกที่จะบอดเองก็ตาม
อย่าปิดหูให้เรามี โอกาสที่จะได้ยินบ้าง

ปล.หยิบมาจากหนังสือ .. อ่านไปให้รักเป็น..อ่านแล้วดีมากๆเลยเอามาฝากเผื่อจะชอบ

 


 

 

ความรักออกแบบไม่ได้



     Love is ..                                      
         
         
จงทำทุกอย่างให้กับคนที่เรารัก .. แต่อย่าให้หมดทุกอย่างกับคนที่เรารัก
          จงแสดงความรู้สึกที่ดีที่มีอยู่ให้กับคนที่เรารัก ..และอย่าปิดกั้นความรู้สึกของตัวเอง
          จงปฎิบัติต่อคนที่เรารักให้ดีที่สุดก่อน .. ก่อนที่เราจะไม่มีโอกาสได้ทำ
          จงถนอมน้ำใจของคนที่เรารัก .. แล้วเราจะได้สิ่งดีๆกลับมา
          จงดูแลคนที่เรารักให้น้อยกว่าดูแลตัวเอง ..
          จงคิดถึงกันและกันในทุกๆวัน
          จงรักเขาก่อน ก่อนที่จะให้ใครมารักเรา

     
ปล. และจงเชื่อมั่นในรักจงเชื่อว่ารักแท้มีอยู่จริง เพราะเมื่อใดก็ตามที่คุณขาดความเชื่อมั่นในรัก
      คุณก็จะไม่มีวันพบกับมันเลย เช่นกัน 
      
      U_U ช่วงนี้อาจจะหายๆหน้าไปบ้างคงไม่ว่ากันนะจ๊ะ ใครคิดถึงกันก้ฝากข้อความถึงกันบ้าง .. นะ
      ถ้าได้อ่านแล้วจะรีบตามกลับไปหาทุกทุกคนเลย ใครอ่านแล้วชอบก็ช่วยเมนท์กันมั่งเพื่อขวัญและ
      กำลังใจ แต่ไม่ต้องเศร้ากันนะ .. ไม่ต้องเศร้าไปไม่นานเดี๋ยวก็กลับ

นิยามผู้หญิงโง่



นิยามผู้หญิงโง่ ..

โง่... ที่ยอมทำได้ทุกอย่าง เพื่อคนที่ เรา รัก ทั้งๆที่ไม่ได้อะไรกลับคืนมาเลย..
โง่... ทั้งที่รู้ว่าตัวเองโดนหลอก ก็ยังอยากที่จะรักเขาต่อไป
โง่... ทั้งๆที่รู้ว่าสักวันหนึ่งอาจจะต้องถูกเขาทิ้งอย่างไม่เป็นท่าแต่ก็ไม่ยอมที่จะรักใครคนใหม่..
โง่... ที่จะต้องเปลืองน้ำตา เปลืองตัว เปลืองใจ ทั้งๆที่เขาทำให้เราต้อง เจ็บซ้ำไป-ซ้ำมา
โง่... ยอมทุกอย่างให้เขาจูงจมูก ยอมหูเบาเชื่อเขาทุกอย่าง เพื่อไม่ให้เขาจากไป ..
โง่... ที่จะต้องทำตัวเหมือนคนตาบอดทำเป็นไม่รู้-ไม่เห็น ว่าเขาทำอะไรอยู่ที่ไหนกับใคร?

ทนที่จะยอม โง่ และ โง่ ต่อไป... จนมองไม่เห็น "ความเป็นตัวของตัวเอง"

ปล.เก็บเอา Fw.mail เก่าๆมาเล่าใหม่ ชอบ อ่านกี่ทีก็ชอบ แต่ไม่ได้โง่นะ ใครชอบมั่งยกมือ ด่วนด่วน!!

 

สุขสันต์ .. วันฮาโลวีน

สุขสันต์ .. วันฮาโลวีน


วันฮาโลวีนนั้น . .
ถ้าจะแปลเอาความกันก็ได้แก่ วันก่อนวัศักดิ์สิทธิ์ของชาวคริสต์ หรือวันสุกดิบหนึ่งวันก่อนหน้าวันที่ 1 พฤศจิกายน ซึ่งคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิกกำหนดให้ "วันออลเซนต์สเดย์"
หรือวันศักดิ์สิทธิ์ อันเป็นวันฉลองบรรดานักบุญต่าง ๆ ที่เริ่มกันมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 9 ดังนั้น เทศกาลฮาโลวีนนี้ชาวคาทอลิกจึงพากันเข้าโบสถ์ไปทำพิธีสวดกันเหนื่อยนานกว่าปกติสักหน่อย และในเวลาเดียวกันก็มีการร่วมฉลองแก้เหนื่อย หรือทำให้มันเหนื่อยหนักขึ้นพร้อม ๆ กันไปด้วย
 

 

การปฏิบัติในคืนวัน "ฮาโลวีน"

พวกเด็กๆ จะสนุกสนานมากในคืนวัน "ฮาโลวีน" เพราะพวกเขาจะได้แต่งตัวเลียนแบบคนตาย เช่น เป็นโจรสลัด, กัปตัน, โครงกระดูก, หญิงในสมัยโบราณ หรือสุดจะคิดค้นกันขึ้นมาอย่างในสมัยปัจจุบัน และ
ก็เดินไปเคาะประตูตามบ้านต่างๆ เพื่อขอขนม, ลูกกวาด ฯลฯ โดยเฉพาะบ้านที่มีลูกฟักทองล้วงเนื้อออกเพื่อใส่เทียนเข้าวางไว้ และจะมีแสงสว่างออกมาจากรูจมูก, ลูกตาและปากที่เจาะไว้บนลูกฟักทอง ตั้งไว้หน้าบ้าน เด็กๆ จะเคาะประตูและเมื่อเจ้าของบ้านเปิดประตู พวกเขาก็จะร้องทักว่า "Trick or Treat" ซึ่งเด็กๆ ทั่วไปก็เป็นเพียงคำพูดไร้เดียงสา เพื่อพูดตามธรรมเนียมการขอขนม พวกเขาไม่เข้าใจความหมายแท้จริงของมัน เพราะว่าคำว่า "Trick or Treat" คำนี้ เป็นคำคล้ายคำพูดของพวกบูชาลัทธิปีศาจ ทำนอง
ว่า ทำสนธิสัญญาตกลงกับมันหรือไม่ก็จะมีการล่อลวงเพราะพวกเด็กๆ จะแต่งตัว เป็นผู้ล่วงลับหรือผีก็มา
ขู่เจ้าของบ้าน เด็กๆ ไม่เข้าใจความหมาย แท้จริง ก็เลยพูดกันมาตามธรรมเนียม และพวกเขาก็ไม่ได้รู้สึกไม่ดีอะไร เพียงแต่สนุกสนานเท่านั้น พวกเจ้าของบ้านเมื่อเอาขนม, ลูกกวาดออกมาให้แล้ว บางแห่งก็จะ
มีการร้องเพลงให้แก่บ้านนั้น ซึ่งบางแห่งดั้งเดิมก็จะสวดภาวนาให้แก่เจ้าของบ้าน หรืออุทิศแด่วิญญาณ
ผู้ล่วงลับ เราไม่จำเป็นต้องทำให้เด็กเสียความรู้สึกกับคำว่า "Trick or Treat" แต่ควรสอนเด็กๆ ว่า ปีศาจซ่อนเร้นอยู่ในรูปภายนอกที่ดูสวยงามคอยหลอกลวงเรา คล้ายมันใส่หน้ากาก หลอกลวงผู้คนเพื่อปิดบังโฉมหน้าแท้จริงของมัน พระคัมภีร์กล่าวว่า "เราทั้งหลายรู้ว่า คนที่เกิดจากพระเจ้าไม่ทำบาป แต่พระบุตรของพระเจ้าได้ทรงคุ้มครองรักษาเขา และมารร้ายไม่แตะต้องเขา เราทั้งหลาย รู้ว่าเราเกิดจากพระเจ้า และโลกทั้งสิ้นอยู่ใต้อานุภาพของมารร้าย" 


ปล. วันนี้ขออิงกระแส วันปล่อยผี ซักกะตีดนึง ไม่มีโปรแกรมไปไหน..แบบว่านอนอยู่บ้านดีกว่า เผื่อจะมีใครมา
Trick or Treat ที่หน้าบ้าน หรือที่สเปซจะได้รับมือทัน คริคริ ใครมีโปรแกรมไปไหนบอกกันมั่งนะ .. อย่าลืม .. ..


ความเงียบ..ความรัก..



ความเงียบ...ความรัก...

 
ความเงียบ...
มันอยู่ในลิฟท์ ขณะเราขึ้นไปกับคนแปลกหน้า
มันอยู่ในรถ 2 แถว หลังจากเราสบตากับคนที่นั่งตรงข้ามไป 2-3 ครั้งแล้ว
มันอยู่ในโรงหนัง ก่อนหนังตัวอย่างจะมา
มันอยู่ใต้ท้องทะเล ขณะเราดำน้ำ
มันอยู่ในห้องสมุด
มันอยู่หลังเสียงแก้วแตก
มันอยู่ในห้องเรียน หลังจากครูถามว่า มีใครสงสัยอะไรมั๊ย
มันอยู่ในบ้าน ตอนเราเดินปิดไฟทีละดวง ทีละดวง ก่อนเข้านอน
มันอยู่ระหว่างคน 2 คนที่ไม่เข้าใจกัน


ความรัก...
คล้ายการลอกหัวหอม ระหว่างลอกหอมทีละชั้น
ระหว่างการเรียนรู้กันและกันทีละขั้น เป็นธรรมดาที่ต้องมีน้ำตา
วันนี้หัวที่เคยหอมหายไปแล้ว ..
หัวหอมไปไกลแต่น้ำตาทำไมยังอยู่ที่เรา

กลิ่นของความรัก ก็เช่นเดียวกับห้องน้ำ
เข้าไปแรก ๆ จะรู้สึกได้กลิ่น อยู่ในนั้นไปนาน ๆ
จะเคยชิน จนลืมไปว่ามีกลิ่นนั้นอยู่ ..
จนกว่าจะออกมาจากบริเวณนั้น และกลับเข้าไปใหม่

ความรักเหมือนรถเมล์
สายที่ไม่ต้องการจะมาก่อนเสมอ เมื่อไหร่รถสายที่รอจะมาหนอ
บ้างที่มาคนแน่นไม่มีที่ แต่ถ้าอายุมากแล้ว รถเมล์เที่ยวสุดท้าย
... แน่นก็ต้องขึ้น

ถ้าเรารักใครสักคน เราควรเปิดโอกาสให้เค้าทำผิดพลาดหลาย ๆ ครั้ง
เพราะเราเองก็ต้องการโอกาสอย่างนั้นเช่นกัน
 
 ปล.คำคมจากโน้ตอุดม แต้พานิช ปกติชอบงานเขียนของโน้ต เพราะรู้สึกว่า
เค้ามีมุมมองในหลายๆเรื่องที่แปลกๆและแตกต่าง อ่านและตลกได้แง่คิด...


 ที่มา .. ของน้ำทะเล



 


ที่มา..ของน้ำทะเล

นานมาแล้ว..
โลกเป็นเพียงวัตถุทรงกลมเรียบๆเปล่าๆ
ไม่มีอะไรอยู่เลยนอกจาก
น้ำแข็งก้อนใหญ่กับนาฬิกาทรายเรือนยักษ์
ที่มีปลายเปิดสามารถปล่อยทรายออกได้อย่างเดียว
น้ำแข็งกับนาฬิกาทรายเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เล็ก
ร่วมทุกข์ร่วมสุข จนทั้งคู่เติบใหญ่เข้าสู่วัยหนุ่มสาว
ความงดงามของน้ำแข็ง..
ทำให้นาฬิกาทรายแอบชื่นชมหลงใหล
แต่ทุกครั้งที่พยายามแสดงความสนิทสนมใกล้ชิด
ความเย็นชาจากน้ำแข็งก็ทำให้นาฬิกาทรายต้องผิดหวังทุกทีไป
วันหนึ่งนาฬิกาทรายทะเลาะกับน้ำแข็งอย่างรุนแรงถึงขั้นแตกหัก
นาฬิกาทรายร้องไห้เสียใจหนีไปอยู่อีกซีกโลกหนึ่ง
เวลาผ่านไปปีแล้วปีเล่านาฬิกาทรายกับน้ำแข็งก็ยังไม่คืนดีกัน
ต่างคนต่างอยู่คนละซีกโลก
จนมาวันหนึ่ง..
เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ทำให้โลกจะต้องแตกออกเป็นสองส่วน
น้ำแข็งรู้ดีว่าถ้าโลกแตกเป็นสองส่วนแล้ว
ก็คงไม่ได้เจอกับนาฬิกาทรายตลอดกาล
แต่ด้วยทิฐิที่มีอยู่ น้ำแข็งจึงเลือกที่จะอยู่นิ่งๆ
แทนที่จะออกตามหานาฬิกาทราย
ดวงจันทร์โคจรผ่านมา น้ำแข็งจึงถามว่าอีกซีกโลกเป็นอย่างไรบ้าง
ดวงจันทร์บอกว่า นาฬิกาทรายกลับมาไม่ทันเพราะโลกกำลังจะแยก
จึงปล่อยทรายออกมาปกคลุมรอยแตกของโลก
เพื่อยึดไว้ไม่ให้แยกออกจากกัน โดยหวังว่าจะได้กลับมาพบน้ำแข็งอีก
ทันทีที่รู้ น้ำแข็งก็รีบออกตามหานาฬิกาทราย
สายเกินไป .. ทรายกำลังจะหมดจากตัวนาฬิกาแล้ว
เมื่อน้ำแข็งมาถึงก็ได้ยินเพียงคำพูดสุดท้ายจากปากของนาฬิกาทราย
.. .. ฉันรักเธอ .. ..ความเย็นชาที่มีในตัวน้ำแข็งหมดลงทันที
น้ำแข็งจึงเริ่มละลายในขณะที่ทรายเม็ดสุดท้ายร่วงลงสู่พื้นดิน
กลายเป็นน้ำทะเลที่อ่อนโยน ..
คอยโอบอุ้มผืนทรายที่บริสุทธิ์ อยู่คู่กันมาจนทุกวันนี้

ปล.อ่านแล้วเศร้าอย่าบอกไม่ถูกและทำให้คิดว่าตำนานที่เล่าต่อๆกันมาทำไมจะเป็น
ตำนานหรือเรื่องราวที่ไม่สมหวังซะส่วนใหญ่...

 

 

ความเป็นกลางของหัวใจ


 








 

Heart ...
ความเป็นกลางของหัวใจ...

เราใส่นาฬิกามือซ้าย ที่ใส่มือซ้ายเพราะถนัดขวา
ยกมือซ้ายขึ้นมาดูเวลาได้ง่าย
แต่ถึงมีนาฬิกาเราก็ชอบไปสายอยู่ดี
นาฬิกา..ก็แค่บอกเวลาไม่ได้ทำให้เราไปเร็วขึ้น...

คิดดูแล้ว...หัวใจก็อยู่ทางซ้ายเหมือนกัน
บางทีเราก็คิดนะ... ว่าอวัยวะในร่างกายที่มี 2 ชิ้น
จะอยู่ซ้ายและขวา อย่างแขน, ขา, ลูกกะตาทำนองนั้น..

แล้วที่มีชิ้นเดียว... ก็แสดงความโดดของมัน
อย่างจมูก, สะดือก็อยู่ตรงกลาง... ประมาณนั้น
แล้วทำไม... หัวใจถึงเอียงซ้ายล่ะ?
บางทีเราก็คิดว่า... ที่เป็นงั้นก็เพราะ
ใครบางคนอยากเตือนให้เรารู้ว่า ...

หัวใจเรา..ไม่หนักแน่นพอจะอยู่ตรงกลาง
แล้วก็ไม่มีมากพอจะแบ่งเป็นสองด้วยเหมือนกัน

ปล..บทความนี้เอามาจากบล็อคเก่าของเราเองใครที่เคยอ่านแล้ว
ก็ต้องขออภัยด้วยแต่ใครที่ยังไม่เคยมดมดก้หวังว่าทุกๆคนจะชอบ
เหมือนเรานะ...


 

 

 

 



วันนี้คุณยิ้มแล้วหรือยัง


 


วันนี้..คุณยิ้มแล้วหรือยัง

 
 ::ยิ้มหมายเลข 1::

@ "เมียอั๊วนอกใจว่ะ " ไอ้หนุ่มปรับทุกข์กับเพื่อน
# "เรื่องเป็นไงมาไงวะ " เพื่อนยินดีรับฟัง
@ "เมื่อคืนอีไม่ยอมกลับบ้านน่ะสิ พออั๊วถาม อีบอกว่าไปค้างกับพี่สาว..."ไอ้หนุ่มเล่า
# "ก็ไม่เห็นแปลกอะไรนี่หว่า แค่นี้จะว่าเค้านอกใจได้ไง "เพื่อนชี้ทางสว่าง
@ "โกหกเห็นๆว่ะ อั๊วนอนอยู่กับพี่สาวอีทั้งคืนแท้ๆนี่หว่า..."

 ::ยิ้มหมายเลข 2::
@ หนุ่มใหญ่นั่งครุ่นคิดอยู่เป็นเวลานานจนภรรเมียสงสัย
# "คิดอะไรอยู่หรือพี่" เธอถาม
@ "จำได้มั้ย วันนี้เมื่อยี่สิบปีที่แล้วพ่อเอ็งจับได้ว่าข้าเข้าหาเอ็ง "
# "จำได้สิพี่" เมียพยักหน้าหงึกๆ
@ "แล้วพ่อเอ็งก็ให้ข้าเลือกว่าจะมาสู่ขอเอ็งหรือว่าจะยอมติดคุกซัก 20 ปี"
# "แล้วพี่ก็เลือกแต่งกับชั้น " เมียพยักหน้าอาการรับรู้
@ "แล้วพี่นั่งคิดอะไรอยู่ล่ะ "
# "ข้าคิดอยู่ว่า ถ้าข้ายอมติดคุก วันนี้ข้าก็พ้นโทษแล้วว่ะ!!!

 
 
::ยิ้มหมายเลข 3::
@ จิตรกรหนุ่มพยายามมีสมาธิกับการทำงานของเขา
# แต่สาวน้อยที่มาเป็นแบบให้วาดก็ทำให้ตบะของเขาขาดผึง
@ ไอ้หนุ่มกระโจนใส่เธอ กอดไว้แน่น แล้วระดมจูบอย่างเร่าร้อน
# "อย่านะ" เธอผลักไอ้หนุ่ม
@ "คุณอาจจะทำยังงี้กับนางแบบคนอื่นได้ แต่ไม่ใช่ชั้นแน่!!!"
# "แต่ผมไม่เคยทำยังงี้กับแบบของผมมาก่อนเลยจริงๆนะครับ" ไอ้หนุ่มท้วง
@ "คุณพูดจริงเรอะ" เธอทำท่าไม่อยากจะเชื่อ
# "คุณวาดมาเท่าไหร่แล้ว ?"
@ "สี่..." จิตรกรหนุ่มว่า " เหยือกน้ำ แอปเปิ้ล ตะกร้า แล้วก็คุณนี่แหละ!!!"

 
 
:: ยิ้มหมายเลข 4 ::
@ แอร์โฮสเตสสายการบินที่ตกบ่อยๆประกาศก่อนเครื่องออก
# "ท่านผู้โดยสารทุกท่านโปรดทราบ
@ เที่ยวบินสู่เมืองปักกิ่งกำลังจะออกเดินทาง ณ บัดนี้แล้ว
# เพื่อความปลอดภัยขอให้ทุกท่านโปรดคาดเข็มขัดนิรภัย
@ ท่านที่พบว่าเข็มขัดนิรภัยตรงที่นั่งท่านชำรุด กรุณา
# มัดไว้ด้วยเงื่อนพิรอดนะคะ
@ กรุณาอย่าใช้เงื่อนตาย ถ้าท่านหาสายรัดเข็มขัดนิรภัยไม่พบ
# กรุณาย้ายไปที่นั่งอื่นที่ว่างอยู่ ทั้งนี้ขอให้ท่านได้โปรดวางใจ
@ ถึงแม้เครื่องบินของเราจะเก่า
# แต่ทั้งนักบินและนักบินผู้ช่วยของเรายังใหม่อยู่นะคะ..."

 

โคตะระหล่อเลย