BONGKOCHRAT's profileLOVE ISBlogListsGuestbookMore Tools Help

Blog


    สุขสันต์ .. วันฮาโลวีน

    สุขสันต์ .. วันฮาโลวีน


    วันฮาโลวีนนั้น . .
    ถ้าจะแปลเอาความกันก็ได้แก่ วันก่อนวัศักดิ์สิทธิ์ของชาวคริสต์ หรือวันสุกดิบหนึ่งวันก่อนหน้าวันที่ 1 พฤศจิกายน ซึ่งคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิกกำหนดให้ "วันออลเซนต์สเดย์"
    หรือวันศักดิ์สิทธิ์ อันเป็นวันฉลองบรรดานักบุญต่าง ๆ ที่เริ่มกันมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 9 ดังนั้น เทศกาลฮาโลวีนนี้ชาวคาทอลิกจึงพากันเข้าโบสถ์ไปทำพิธีสวดกันเหนื่อยนานกว่าปกติสักหน่อย และในเวลาเดียวกันก็มีการร่วมฉลองแก้เหนื่อย หรือทำให้มันเหนื่อยหนักขึ้นพร้อม ๆ กันไปด้วย
     

     

    การปฏิบัติในคืนวัน "ฮาโลวีน"

    พวกเด็กๆ จะสนุกสนานมากในคืนวัน "ฮาโลวีน" เพราะพวกเขาจะได้แต่งตัวเลียนแบบคนตาย เช่น เป็นโจรสลัด, กัปตัน, โครงกระดูก, หญิงในสมัยโบราณ หรือสุดจะคิดค้นกันขึ้นมาอย่างในสมัยปัจจุบัน และ
    ก็เดินไปเคาะประตูตามบ้านต่างๆ เพื่อขอขนม, ลูกกวาด ฯลฯ โดยเฉพาะบ้านที่มีลูกฟักทองล้วงเนื้อออกเพื่อใส่เทียนเข้าวางไว้ และจะมีแสงสว่างออกมาจากรูจมูก, ลูกตาและปากที่เจาะไว้บนลูกฟักทอง ตั้งไว้หน้าบ้าน เด็กๆ จะเคาะประตูและเมื่อเจ้าของบ้านเปิดประตู พวกเขาก็จะร้องทักว่า "Trick or Treat" ซึ่งเด็กๆ ทั่วไปก็เป็นเพียงคำพูดไร้เดียงสา เพื่อพูดตามธรรมเนียมการขอขนม พวกเขาไม่เข้าใจความหมายแท้จริงของมัน เพราะว่าคำว่า "Trick or Treat" คำนี้ เป็นคำคล้ายคำพูดของพวกบูชาลัทธิปีศาจ ทำนอง
    ว่า ทำสนธิสัญญาตกลงกับมันหรือไม่ก็จะมีการล่อลวงเพราะพวกเด็กๆ จะแต่งตัว เป็นผู้ล่วงลับหรือผีก็มา
    ขู่เจ้าของบ้าน เด็กๆ ไม่เข้าใจความหมาย แท้จริง ก็เลยพูดกันมาตามธรรมเนียม และพวกเขาก็ไม่ได้รู้สึกไม่ดีอะไร เพียงแต่สนุกสนานเท่านั้น พวกเจ้าของบ้านเมื่อเอาขนม, ลูกกวาดออกมาให้แล้ว บางแห่งก็จะ
    มีการร้องเพลงให้แก่บ้านนั้น ซึ่งบางแห่งดั้งเดิมก็จะสวดภาวนาให้แก่เจ้าของบ้าน หรืออุทิศแด่วิญญาณ
    ผู้ล่วงลับ เราไม่จำเป็นต้องทำให้เด็กเสียความรู้สึกกับคำว่า "Trick or Treat" แต่ควรสอนเด็กๆ ว่า ปีศาจซ่อนเร้นอยู่ในรูปภายนอกที่ดูสวยงามคอยหลอกลวงเรา คล้ายมันใส่หน้ากาก หลอกลวงผู้คนเพื่อปิดบังโฉมหน้าแท้จริงของมัน พระคัมภีร์กล่าวว่า "เราทั้งหลายรู้ว่า คนที่เกิดจากพระเจ้าไม่ทำบาป แต่พระบุตรของพระเจ้าได้ทรงคุ้มครองรักษาเขา และมารร้ายไม่แตะต้องเขา เราทั้งหลาย รู้ว่าเราเกิดจากพระเจ้า และโลกทั้งสิ้นอยู่ใต้อานุภาพของมารร้าย" 


    ปล. วันนี้ขออิงกระแส วันปล่อยผี ซักกะตีดนึง ไม่มีโปรแกรมไปไหน..แบบว่านอนอยู่บ้านดีกว่า เผื่อจะมีใครมา
    Trick or Treat ที่หน้าบ้าน หรือที่สเปซจะได้รับมือทัน คริคริ ใครมีโปรแกรมไปไหนบอกกันมั่งนะ .. อย่าลืม .. ..


    .. .. ..


    เขียนไม่ออก.. แต่อยากเขียน
          
           
    เขียนไม่ออก(อีกแล้ว)ไม่รู้เพราะอะไรบิ้วจนไม่รู้จะบิ้วยังไงก็มีผล
    ช่วงนี้สงสัยต่อมอารมณ์จะฝ่อ .. กว่าจะเขียนอะไรออกมาแต่ละตัวก็ลำบาก
    พอเขียนออกมาก็ขาดแรงใจอีก แบบว่าไม่มีใครอ่านหรืออาจจะมีคนอ่านนะ
    แต่ .. อ่านไม่รู้เรื่อง เอ ..หรือคนเขียนเขียนไม่รู้เรื่องกันแน่หว่า ช่างเหอะ!!
    ไม่รู้จะเขียนอะไรแล้ว สับสน ว้าวุ่นในหัวใจ ไร้สมาธิ จิตใจไม่มั่นคง เกี่ยวมะ
    ค่อยกลับมาเขียนใหม่ .. เหอ เหอ อย่าลืมติดตามนะ .. แป๊บนึง

    ความเงียบ..ความรัก..



    ความเงียบ...ความรัก...

     
    ความเงียบ...
    มันอยู่ในลิฟท์ ขณะเราขึ้นไปกับคนแปลกหน้า
    มันอยู่ในรถ 2 แถว หลังจากเราสบตากับคนที่นั่งตรงข้ามไป 2-3 ครั้งแล้ว
    มันอยู่ในโรงหนัง ก่อนหนังตัวอย่างจะมา
    มันอยู่ใต้ท้องทะเล ขณะเราดำน้ำ
    มันอยู่ในห้องสมุด
    มันอยู่หลังเสียงแก้วแตก
    มันอยู่ในห้องเรียน หลังจากครูถามว่า มีใครสงสัยอะไรมั๊ย
    มันอยู่ในบ้าน ตอนเราเดินปิดไฟทีละดวง ทีละดวง ก่อนเข้านอน
    มันอยู่ระหว่างคน 2 คนที่ไม่เข้าใจกัน


    ความรัก...
    คล้ายการลอกหัวหอม ระหว่างลอกหอมทีละชั้น
    ระหว่างการเรียนรู้กันและกันทีละขั้น เป็นธรรมดาที่ต้องมีน้ำตา
    วันนี้หัวที่เคยหอมหายไปแล้ว ..
    หัวหอมไปไกลแต่น้ำตาทำไมยังอยู่ที่เรา

    กลิ่นของความรัก ก็เช่นเดียวกับห้องน้ำ
    เข้าไปแรก ๆ จะรู้สึกได้กลิ่น อยู่ในนั้นไปนาน ๆ
    จะเคยชิน จนลืมไปว่ามีกลิ่นนั้นอยู่ ..
    จนกว่าจะออกมาจากบริเวณนั้น และกลับเข้าไปใหม่

    ความรักเหมือนรถเมล์
    สายที่ไม่ต้องการจะมาก่อนเสมอ เมื่อไหร่รถสายที่รอจะมาหนอ
    บ้างที่มาคนแน่นไม่มีที่ แต่ถ้าอายุมากแล้ว รถเมล์เที่ยวสุดท้าย
    ... แน่นก็ต้องขึ้น

    ถ้าเรารักใครสักคน เราควรเปิดโอกาสให้เค้าทำผิดพลาดหลาย ๆ ครั้ง
    เพราะเราเองก็ต้องการโอกาสอย่างนั้นเช่นกัน
     
     ปล.คำคมจากโน้ตอุดม แต้พานิช ปกติชอบงานเขียนของโน้ต เพราะรู้สึกว่า
    เค้ามีมุมมองในหลายๆเรื่องที่แปลกๆและแตกต่าง อ่านและตลกได้แง่คิด...


     ที่มา .. ของน้ำทะเล



     


    ที่มา..ของน้ำทะเล

    นานมาแล้ว..
    โลกเป็นเพียงวัตถุทรงกลมเรียบๆเปล่าๆ
    ไม่มีอะไรอยู่เลยนอกจาก
    น้ำแข็งก้อนใหญ่กับนาฬิกาทรายเรือนยักษ์
    ที่มีปลายเปิดสามารถปล่อยทรายออกได้อย่างเดียว
    น้ำแข็งกับนาฬิกาทรายเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เล็ก
    ร่วมทุกข์ร่วมสุข จนทั้งคู่เติบใหญ่เข้าสู่วัยหนุ่มสาว
    ความงดงามของน้ำแข็ง..
    ทำให้นาฬิกาทรายแอบชื่นชมหลงใหล
    แต่ทุกครั้งที่พยายามแสดงความสนิทสนมใกล้ชิด
    ความเย็นชาจากน้ำแข็งก็ทำให้นาฬิกาทรายต้องผิดหวังทุกทีไป
    วันหนึ่งนาฬิกาทรายทะเลาะกับน้ำแข็งอย่างรุนแรงถึงขั้นแตกหัก
    นาฬิกาทรายร้องไห้เสียใจหนีไปอยู่อีกซีกโลกหนึ่ง
    เวลาผ่านไปปีแล้วปีเล่านาฬิกาทรายกับน้ำแข็งก็ยังไม่คืนดีกัน
    ต่างคนต่างอยู่คนละซีกโลก
    จนมาวันหนึ่ง..
    เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ทำให้โลกจะต้องแตกออกเป็นสองส่วน
    น้ำแข็งรู้ดีว่าถ้าโลกแตกเป็นสองส่วนแล้ว
    ก็คงไม่ได้เจอกับนาฬิกาทรายตลอดกาล
    แต่ด้วยทิฐิที่มีอยู่ น้ำแข็งจึงเลือกที่จะอยู่นิ่งๆ
    แทนที่จะออกตามหานาฬิกาทราย
    ดวงจันทร์โคจรผ่านมา น้ำแข็งจึงถามว่าอีกซีกโลกเป็นอย่างไรบ้าง
    ดวงจันทร์บอกว่า นาฬิกาทรายกลับมาไม่ทันเพราะโลกกำลังจะแยก
    จึงปล่อยทรายออกมาปกคลุมรอยแตกของโลก
    เพื่อยึดไว้ไม่ให้แยกออกจากกัน โดยหวังว่าจะได้กลับมาพบน้ำแข็งอีก
    ทันทีที่รู้ น้ำแข็งก็รีบออกตามหานาฬิกาทราย
    สายเกินไป .. ทรายกำลังจะหมดจากตัวนาฬิกาแล้ว
    เมื่อน้ำแข็งมาถึงก็ได้ยินเพียงคำพูดสุดท้ายจากปากของนาฬิกาทราย
    .. .. ฉันรักเธอ .. ..ความเย็นชาที่มีในตัวน้ำแข็งหมดลงทันที
    น้ำแข็งจึงเริ่มละลายในขณะที่ทรายเม็ดสุดท้ายร่วงลงสู่พื้นดิน
    กลายเป็นน้ำทะเลที่อ่อนโยน ..
    คอยโอบอุ้มผืนทรายที่บริสุทธิ์ อยู่คู่กันมาจนทุกวันนี้

    ปล.อ่านแล้วเศร้าอย่าบอกไม่ถูกและทำให้คิดว่าตำนานที่เล่าต่อๆกันมาทำไมจะเป็น
    ตำนานหรือเรื่องราวที่ไม่สมหวังซะส่วนใหญ่...

     

     

    อารมณ์อยากจะหวาน



                                                      

     

     

     

     


    อารมณ์อยากจะหวาน...

    ...ไม่ได้มีอารมณ์มานานแล้ว 
    อารมณ์ที่ว่าหมายถึงอารมณ์หวาน-หวาน
    ออกอาการรักสวยรักงามนะ ..
    ไม่ใช่อารมณ์อย่างอื่น คริคริ อย่าคิดลึก
    อยู่ๆก็อยากมีสเปซสีชมพูอ่อน ไม่รู้ว่า
    อารมณ์นี้มาจากไหน มันมาเอง ..
    พอลองทำ-ทำดู มันก็สวยเหมือนกันนะ
    ไอ้สีชมพูเนี่ย เพิ่งจะเห็นความสวย หุหุ

    ...ไปต่างจังหวัดมาหลายวันเหนื่อยมักมัก
    แถมรถติดมากมากมากที่สุดเลย..
    แต่หนุกดีไปอีกแบบไม่บอกหรอกว่าไปไหนมา เอาไว้อัพวันอื่นบ้าง เดี๋ยวไม่มีเรื่องให้เขียนกันพอดี..

    ปล.คนเรานี่มันก็เพ้อเจ้อดีจริงๆหาเรื่องมาเขียนมาระบายไปเรื่อย...

    .

     

     

     

     


    ความเป็นกลางของหัวใจ


     








     

    Heart ...
    ความเป็นกลางของหัวใจ...

    เราใส่นาฬิกามือซ้าย ที่ใส่มือซ้ายเพราะถนัดขวา
    ยกมือซ้ายขึ้นมาดูเวลาได้ง่าย
    แต่ถึงมีนาฬิกาเราก็ชอบไปสายอยู่ดี
    นาฬิกา..ก็แค่บอกเวลาไม่ได้ทำให้เราไปเร็วขึ้น...

    คิดดูแล้ว...หัวใจก็อยู่ทางซ้ายเหมือนกัน
    บางทีเราก็คิดนะ... ว่าอวัยวะในร่างกายที่มี 2 ชิ้น
    จะอยู่ซ้ายและขวา อย่างแขน, ขา, ลูกกะตาทำนองนั้น..

    แล้วที่มีชิ้นเดียว... ก็แสดงความโดดของมัน
    อย่างจมูก, สะดือก็อยู่ตรงกลาง... ประมาณนั้น
    แล้วทำไม... หัวใจถึงเอียงซ้ายล่ะ?
    บางทีเราก็คิดว่า... ที่เป็นงั้นก็เพราะ
    ใครบางคนอยากเตือนให้เรารู้ว่า ...

    หัวใจเรา..ไม่หนักแน่นพอจะอยู่ตรงกลาง
    แล้วก็ไม่มีมากพอจะแบ่งเป็นสองด้วยเหมือนกัน

    ปล..บทความนี้เอามาจากบล็อคเก่าของเราเองใครที่เคยอ่านแล้ว
    ก็ต้องขออภัยด้วยแต่ใครที่ยังไม่เคยมดมดก้หวังว่าทุกๆคนจะชอบ
    เหมือนเรานะ...


     

     

     

     



    วันนี้คุณยิ้มแล้วหรือยัง


     


    วันนี้..คุณยิ้มแล้วหรือยัง

     
     ::ยิ้มหมายเลข 1::

    @ "เมียอั๊วนอกใจว่ะ " ไอ้หนุ่มปรับทุกข์กับเพื่อน
    # "เรื่องเป็นไงมาไงวะ " เพื่อนยินดีรับฟัง
    @ "เมื่อคืนอีไม่ยอมกลับบ้านน่ะสิ พออั๊วถาม อีบอกว่าไปค้างกับพี่สาว..."ไอ้หนุ่มเล่า
    # "ก็ไม่เห็นแปลกอะไรนี่หว่า แค่นี้จะว่าเค้านอกใจได้ไง "เพื่อนชี้ทางสว่าง
    @ "โกหกเห็นๆว่ะ อั๊วนอนอยู่กับพี่สาวอีทั้งคืนแท้ๆนี่หว่า..."

     ::ยิ้มหมายเลข 2::
    @ หนุ่มใหญ่นั่งครุ่นคิดอยู่เป็นเวลานานจนภรรเมียสงสัย
    # "คิดอะไรอยู่หรือพี่" เธอถาม
    @ "จำได้มั้ย วันนี้เมื่อยี่สิบปีที่แล้วพ่อเอ็งจับได้ว่าข้าเข้าหาเอ็ง "
    # "จำได้สิพี่" เมียพยักหน้าหงึกๆ
    @ "แล้วพ่อเอ็งก็ให้ข้าเลือกว่าจะมาสู่ขอเอ็งหรือว่าจะยอมติดคุกซัก 20 ปี"
    # "แล้วพี่ก็เลือกแต่งกับชั้น " เมียพยักหน้าอาการรับรู้
    @ "แล้วพี่นั่งคิดอะไรอยู่ล่ะ "
    # "ข้าคิดอยู่ว่า ถ้าข้ายอมติดคุก วันนี้ข้าก็พ้นโทษแล้วว่ะ!!!

     
     
    ::ยิ้มหมายเลข 3::
    @ จิตรกรหนุ่มพยายามมีสมาธิกับการทำงานของเขา
    # แต่สาวน้อยที่มาเป็นแบบให้วาดก็ทำให้ตบะของเขาขาดผึง
    @ ไอ้หนุ่มกระโจนใส่เธอ กอดไว้แน่น แล้วระดมจูบอย่างเร่าร้อน
    # "อย่านะ" เธอผลักไอ้หนุ่ม
    @ "คุณอาจจะทำยังงี้กับนางแบบคนอื่นได้ แต่ไม่ใช่ชั้นแน่!!!"
    # "แต่ผมไม่เคยทำยังงี้กับแบบของผมมาก่อนเลยจริงๆนะครับ" ไอ้หนุ่มท้วง
    @ "คุณพูดจริงเรอะ" เธอทำท่าไม่อยากจะเชื่อ
    # "คุณวาดมาเท่าไหร่แล้ว ?"
    @ "สี่..." จิตรกรหนุ่มว่า " เหยือกน้ำ แอปเปิ้ล ตะกร้า แล้วก็คุณนี่แหละ!!!"

     
     
    :: ยิ้มหมายเลข 4 ::
    @ แอร์โฮสเตสสายการบินที่ตกบ่อยๆประกาศก่อนเครื่องออก
    # "ท่านผู้โดยสารทุกท่านโปรดทราบ
    @ เที่ยวบินสู่เมืองปักกิ่งกำลังจะออกเดินทาง ณ บัดนี้แล้ว
    # เพื่อความปลอดภัยขอให้ทุกท่านโปรดคาดเข็มขัดนิรภัย
    @ ท่านที่พบว่าเข็มขัดนิรภัยตรงที่นั่งท่านชำรุด กรุณา
    # มัดไว้ด้วยเงื่อนพิรอดนะคะ
    @ กรุณาอย่าใช้เงื่อนตาย ถ้าท่านหาสายรัดเข็มขัดนิรภัยไม่พบ
    # กรุณาย้ายไปที่นั่งอื่นที่ว่างอยู่ ทั้งนี้ขอให้ท่านได้โปรดวางใจ
    @ ถึงแม้เครื่องบินของเราจะเก่า
    # แต่ทั้งนักบินและนักบินผู้ช่วยของเรายังใหม่อยู่นะคะ..."

     

    ความรักในบางครั้ง

     

                                                               



                             










                                                     






     

     

    ความรัก...ในบางครั้ง

    ในบางครั้ง...

    ความรัก...ไม่จำเป็นต้องเอื้อนเอ่ย

    เพราะไม่มีถ้อยคำได้อธิบายได้

    ความรัก...ไม่จำเป็นต้องแสดงออก

    หากเพียงสบตา...ก็เข้าใจ

    ความรัก...ไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกัน

    เคยได้ยินไหม?

    ไกลตา...แต่ใกล้ใจ

    ความรัก...เพียงสองใจรับรู้ว่ารัก

    คุณค่าของคำว่ารัก...จะล้นใจ

    ปล.เก็บเอาบทความของสเปซเก่าเอา
    มาอัพใหม่อ่านทีไรก็ทราบซึ้งมากๆ..

                   


    โคตะระหล่อเลย



      

    เฮียหมิง...



      

    ฮั่นอู่ตี้ 1



     

    :: เรื่องของกามเทพ ::





    เรื่องของกามเทพ..

    ในอดีตกาล มีเรื่องเล่ากันว่า
    มนุษย์ทุกคนมีหัวใจด้วยกันทั้งหมดสองดวง
    ทว่ามีเทวดาน้อยอยู่องค์หนึ่งซึ่งไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่าหัวใจ
    ด้วยความที่สงสัยว่าหัวใจนั้นมันเป็นอย่างไร
    เทวดาน้อยจึงได้ไปถามนางฟ้าผู้ที่ดูแลทางเข้าออกของประตูสวรรค์

    "ท่านนางฟ้า โปรดบอกข้า หัวใจคืออะไร...?"
    "หัวใจ...ก็คือสิ่งบริสุทธิ์ สวยงามที่สุดของมนุษย์ยังไงเล่า"
    "แล้วสิ่งที่มนุษย์เรียกอยู่แห่งใดล่ะ...?"
    "อยู่เบื้องล่างยังอีกฟากของประตูสวรรค์นี่ยังไงเล่า"
    "เปิดประตูให้ข้าไปชมหัวใจของมนุษย์ได้ไหม นางฟ้า...?"
    "มิได้หรอก มันผิดกฎของสวรรค์ เจ้ากลับไปซะเถอะ
    แค่เจ้ามาสนทนากับข้าก็ผิดมากเท่าใดแล้ว เจ้ารู้ตัวไหมเจ้าเทวดาน้อย"

    เทวดาน้อยทำทีว่าหันหลังกลับไป
    แต่ด้วยความที่อยากได้หัวใจมาครอบครองไว้เป็นของตน
    จึงได้นำคันศรธนูมา แล้วยิงไปที่นางฟ้าผู้รักษาประตูสวรรค์
    เพื่อหวังจะให้นางฟ้านั้นสลบไป

    ในชั่วข้ามคืนนั้นเอง
    เทวดาน้อยแอบเปิดประตูสวรรค์แล้วบินไปยังโลกมนุษย์
    กลางดึกของคืนนี้เป็นคืนที่เงียบสงบ
    มนุษย์ทุกคนต่างหลับกันหมดแล้ว
    เทวดาน้อยจึงแอบบินเข้าไปในบ้านของมนุษย์ทุกคน
    แล้วไปเอาสิ่งที่เรียกว่า "หัวใจ" ของทุกคนบนโลกมนุษย์ มาคนละหนึ่งดวง
    แล้วนำลอยขึ้นไปบนสวรรค์ หวังจะขโมยกลับไปเป็นของตน
    แต่ระหว่างที่เทวดาน้อยกำลังกลับเข้าไป
    ปากทางของประตูสวรรค์ได้มีนางฟ้าและเทวดาแห่งความรักยืนกั้นอยู่
    เทวดาน้อยเห็นดังนั้นจึงบินหนี
    แต่นางฟ้าองค์หนึ่งได้บินตามเพื่อมาแย่งหัวใจของมนุษย์ทั้งหมดมาไว้

    แต่เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อหัวใจทั้งหมดได้เกิดกระจายออก
    แล้วร่วงโปรยปรายไปยังบนโลกมนุษย์
    และได้เกิดการสลับสับเปลี่ยนเจ้าของหัวใจกันในค่ำคืนนั้นเอง

    เทวดาน้อยถูกลงโทษด้วยการเป็นเด็กตลอดกาล
    และเปลี่ยนชื่อเป็นกามเทพให้อยู่บนโลกมนุษย์
    เพื่อตามหาหัวใจสองดวงของมนุษย์ที่ไปอยู่กับใครอีกดวงหนึ่ง
    ให้มาพบกันตลอดไป

     

    :: เมืองคนบาป ::

                                                                    

                                                                 

                                                             

    เมืองคนบาป

    ถนนพลุกพล่านสายหนึ่งกับหลากผู้คน
    ทางเท้าแห้งผากกับคลองน้ำเน่า
    ห้องแถวเก่ากับตึกกระจกระฟ้า
    เถ้าฝุ่นกับควันดำ... 
    รถแท็กซี่คันหนึ่งวิ่งเข้าสู่ตัวเมือง

    ระยะทาง : สามแยกเกษตร - พัฒน์พงษ์
    เวลา : 17.30
    ค่าโดยสาร : 141 บาท
    ผู้โดยสาร  : หญิงสาววัยรุ่นสองคน

    "กินยาคุมรึเปล่า?"
    "เปล่ากิน แต่ให้แขกใช้ถุงแทน"
    "แล้วทำไมยังเกิดขึ้นอีก?"
    "จะไปรู้แม่งเรอะ! ซวยชิบหาย! 
    สงสัยถุงที่ให้มันใส่เสือกรั่ว 
    ไอ้ห่า! พวกนี้มาเที่ยวทั้งทีไม่ยอมพกถุง 
    ต้องให้เราหาติดตัวเอง"
    "ทำไงต่อ?"
    "ก็ต้องเอาออกซี"
    "รีดแล้วโทรมไปนานเลยนะ..."
    "ไม่รีดแล้วเอาเงินที่ไหนไปเลี้ยงมันวะ 
    กลับบ้านที่ต่างจังหวัดก็ไม่ได้ ถูกพ่อเฉดหัวออกมาแล้ว จะกลับไปทำงานที่พัทยาก็ไม่ไหว 
    เมืองมันตายแล้ว"
    "แล้วมีเงินไปทำเหรอ?"
    "ก็ต้องเอาเงินที่สะสมไว้ ทำไงได้ เต้นอโกโก้เก็บเงินมานาน ถึงคราวซวยก็ต้องจ่ายออกไปทีเดียวหมด เดี๋ยวก่อนไปทำงาน ข้ามถนนแวะหาหมอดู
    ที่มณเฑียรก่อนดีกว่า 
    อยากรู้นักว่าเมื่อไหร่ดวงจะดีขึ้น..."


    ระยะทาง : พัฒน์พงษ์ - พญาไท
    เวลา : 18.10
    ค่าโดยสาร : 97 บาท
    ผู้โดยสาร  : ชายวัย 25-30 สามคน ไว้หนวด
    ผมยาว

    "จะไปทันรึเปล่าวะเนี่ย..."
    "รถมันติดอะไรกันนักกันหนาวะ ระยะทางแค่นี้
    เกือบชั่วโมงแล้วยังไม่ถึง ติดทั้งวันทั้งคืน"
    "ไอ้พวกคนที่รับผิดชอบหายหัวไปไหนหมด 
    ผลาญน้ำมันไปเปล่า ๆ แบบนี้เศรษฐกิจเสียหายไปเท่าไหร่ แล้วจะเป็นนิกส์กับเค้าได้ยังไง"
    "ก่อนเลือกตั้งก็สัญญาไว้โง้นงี้ ไอ้ส.ส.ยัดแม่ง..."
    "เดี๋ยวกูต้องแต่งเพลงด่ามันหน่อย..."
    "จราจรก็ย่ำแย่แบบนี้ อีกสามชาติเศษๆคงยังเหมือนเดิม มันจะเอายังไงของมันปล่อยให้จราจรวิกฤติอย่างนี้..."
    "เคยเห็นพวกที่มีอำนาจลองยืนโหนรถเมล์ดูบ้างรึเปล่าล่ะ"
    "อย่าว่าแต่รถเมล์เลย จะไปไหนมาไหนมีรถตำรวจนำจ้ะ"
    "นั่นน่ะซี"
    "เดี๋ยวกูต้องแต่งเพลงด่ามันหน่อย..."
    "พี่ขับแท็กซี่เป็นไง เจอรถติดทุกวันยังงี้ประสาทแดกไหม?"
    "ก็แย่ แต่ทำไงได้ ผมบังเอิญไม่ได้เกิดมาเป็นลูกนายธนาคาร"
    "โดนตำรวจไถบ้างไหม?"
    "ก็นาน ๆ ที ไว้ชาติหน้าขอเกิดเป็นตำรวจมั่ง"
    "เดี๋ยวกูว่าจะแต่งเพลงเพื่อแท็กซี่ซักเพลง มีแต่เพลงเพื่อชีวิตประเภทชาวนา กรรมกร กะหรี่ แต่ไม่มีเพลงเพื่อแท็กซี่ซักที"
    "เออ! เสร็จงานร้องเพลงที่โรงแรมแล้วไปที่ไหนต่อดี?"
    "ก็ไปแวะเซ็กส์คอมเพลกซ์หลังบ้านท่านนายกฯซักกะหน่อย ไม่ไกลเท่าไหร่ เห็นว่าแจ๋ว ไม่ได้ตีหม้อแล้วคิดเพลงเพื่อชีวิตไม่ค่อยออก"


    ระยะทาง  : พญาไท - พหลโยธิน
    เวลา : 18.45
    ค่าโดยสาร : 121 บาท
    ผู้โดยสาร  : หญิงสาววัยยี่สิบหนึ่งคน ชายวัยสามสิบหนึ่งคน เด็กหนุ่มวัยรุ่นบาดเจ็บคนหนึ่ง

    "แท็กซี่ ไปโรงพยาบาล เร่งหน่อย"
    "แห่งไหน?"
    "แห่งไหนก็ได้ เร็วหน่อยก็แล้วกัน ดูสิ เลือดไหล
    ไม่หยุด"
    "เหยียบเต็มที่เลย แท็กซี่"
    "ก็เร็วได้แค่นี้ครับ รถมันติด ไม่มีใครเปิดทางเลย 
    นี่ไปโดนอะไรมา?"
    "ใบพัดเครื่องจักรมันตัดข้อมือ ไอ้ห่า! พอเกิดอุบัติเหตุ เถ้าแก่ถามก่อนเลยว่าเครื่องจักรเป็นอะไรไหม ระยำแท้ ไม่มีน้ำใจซักนิด"
    "นี่เลือดยังไม่หยุดเลย ดีที่แขนไม่ขาด..."
    "รถมันติดเหี้ยอะไรของมันวะ หยั่งงี้มีหวังตายกลางถนนแน่"
    "ขึ้นทางด่วนเถอะ"
    "มันคนละทางกัน แต่ถึงขึ้นไปตอนนี้ก็ติดยิ่งกว่าตังเม"
    "ฮู้จังซี้บ่มากรุงเทพฯดีกั๊ว หาเรื่องแท่ ๆ น้อ"
    "น้องมาจากไหน?"
    "บุรีรัมย์"
    "ฮ้า! มาจากหม่องเดียวกันตั๊วเนี่ย เจ้าอยู่ไสล่ะ?"
    "สตึก เจ้าล่ะ?"
    "ลำปลายมาศ"
    "อยู่ดี ๆ มาทำงานกรุงเทพฯ นึกว่าจะดี ที่ไหนได้..."
    "โอ้ย! อย่าฟ่าวจ่มหลาย มัดข่อศอกให้แน่น ๆ อีกแน..."
    "ใจเย็น ๆ หล่า เอ้า! ถึงโรงพยาบาลแล่ว"
    "นี่แท็กซี่ ถ่าเดี๋ยวก่อนเด้อ ยกคนเจ็บลงก่อนเถอะ..."
    ..........
    "เดี๋ยว เดี๋ยว แท็กซี่อย่าฟ่าวไป...กลับมาก่อน"
    "อ้าว! คุณ...เอาคนเจ็บมาเฮ็ดหยัง? (คุณเอาคนเจ็บกลับมาทำไม?)"
    "หมอเพิ่นบอกบ่ฮับ เพิ่นบอกว่าบ่มีเงินสดมาวางไว่เป็นคามัดจำ แท็กซี่ซอยพาไปหาหม่องอื่นเถอะ กำลังมาฮอดกรุงเทพฯบ่ทันโดนซ่ำ บ่ฮู้วาซิไปหาหมอหม่องไส... (หมอไม่รับ บอกว่าไม่มีเงินสดวางไว้เป็นค่ามัดจำ ช่วยพาไปที่อื่นหน่อยเถอะ เพิ่งมาอยู่กรุงเทพฯไม่นาน ไม่รู้จะไปหาหมอที่ไหน)"


    ระยะทาง  : พหลโยธิน - สุขุมวิท  39
    เวลา : 20.00
    ค่าโดยสาร : 121 บาท
    ผู้โดยสาร  : ชายสวมชุดสากลสองคน

    "หุ้นไทยฟู้ดเมื่อเช้าขึ้นไปอีกสิบบาท"
    "น่าจะเทขายซะ"
    "แต่ผมจะเก็บไว้ก่อน ท่าทางแบบนี้คงขึ้นอีกแน่ 
    อีกสองสามวันค่อยเทออก เชื่อผมงานนี้รวยแน่ 
    ตอนนี้พักสมองก่อนดีกว่า เดี๋ยวพอถึง เดอะ พริสมา เรานั่งสักคนละสองดริ๊งค์ คาราโอเกะคนละสองสามเพลงก่อนแล้วแยกกัน เอาผู้หญิงไปคน
    ละคน"
    "ผมยังไม่เคยไปที่นั่นเลย เป็นไง?"
    "สถานที่หรือว่าผู้หญิง?"
    "ทั้งสองอย่าง"
    "สถานที่ชั้นหนึ่ง เหมือนคฤหาสน์นั่นแหละ ส่วนผู้หญิง... ชั้นเลิศ..."
    "เลิศแค่ไหน?"
    "เอายังงี้ดีกว่า ผู้หญิงที่นี่ถ้าตอนกลางวันเดินอยู่ข้างนอก คุณไม่มีวันดูออกเลยว่าเป็นผู้หญิงแบบนั้น หลายคนผ่านเวทีประกวดนางงามมาแล้ว"
    "ยังงั้นเชียว! คุณเป็นเม็มเบอร์ที่นั่นเหรอ?"
    "ใช่ เป็นแบบ โกลเดน เอ็กซ์คลูซีฟ เสียไปแสนห้า ที่นั่นมีสามแบบ เอ็กซ์คลูซีฟ โกลเดน เอ็กซ์คลูซีฟ และ พริสมา เดอลุกซ์ ของผมนี่เขาให้เหล้าสิบสองขวด อ๊อฟฟรียี่สิบครั้ง นี่ผมเพิ่งใช้สิทธิ์มาได้เพียงห้าครั้ง เดี๋ยวคุณไปใช้บริการในฐานะแขกของผมดู แล้วคุณจะเชื่อว่ามีเงินก็มีทุกสิ่ง..."


    ระยะทาง  : สุขุมวิท 39 - สี่แยกเหม่งจ๋าย
    เวลา : 21.05
    ค่าโดยสาร : 87 บาท
    ผู้โดยสาร  : หญิงวัย 40-50 สองคน

    "ผัวเธอเป็นไง ยังหลงอีนั่นอีกรึเปล่า?"
    "อือ! อีนั่นคิดเป็นแต่เล่นบทน้ำเซาะทรายแย่งผัวชาวบ้าน แต่เล่นกะใครไม่เล่น มันรู้จักฉันน้อยเกินไปซะแล้ว"
    "เธอเลยประชดสามีด้วยการมาที่นี่"
    "ชีวิตของฉันนี่ แค่มากินเหล้าฟังเพลงมันผิดตรงไหน ไม่ประชดหิ้วเด็กหนุ่ม ๆ ไปนอนด้วยก็นับว่าเกรงใจแล้ว แต่ละคนหน้าตาดีหุ่นดีทั้งนั้น"
    "นั่นน่ะสิ พวกผู้ชายหาบ้านเล็กบ้านน้อยได้ 
    เราออกมาแค่นี้จะเป็นไร ผับสำหรับผู้หญิงก็มีอยู่น้อยแห่ง นี่! ได้ยินว่าเธอไปทำรีมา?"
    "อ๋อ! รีแพร์ ใช่ อย่าเอ็ดไป หมอดีนะที่นี่ รับทำหลายอย่าง บู๊บจ๊อบฝีมือดีทีเดียว ราคาก็ไม่กี่เงิน ดึงหน้าสามหมื่นห้า เขียนคิ้วถาวรถูกหน่อย 
    ไม่กี่พัน"
    "เจ็บมั้ย?"
    "เจ็บตัวยังไม่เท่าเจ็บใจที่อุตส่าห์ลงทุนเจ็บตัวถึงปานนี้แล้ว พ่อเจ้าประคุณสามียังมีเมียน้อยอีก"


    ระยะทาง  : รัชดาภิเษก - เพชรบุรีตัดใหม่
    เวลา : 21.40
    ค่าโดยสาร : 63 บาท
    ผู้โดยสาร  : ชายสองคน ไกด์ผีคนไทยหนึ่ง 
    ฝรั่งหนึ่ง

    "ไปโมนา"
    "โมนาไหน?"
    "มันจะมีซักกี่โมนา ก็อาบอบนวดไง"
    "เฮ่! ยู! ไอ วิล บริ๊ง ยู ทู ซี เดอะ เบ๊สท์ เกิร์ลส์ อิน เดอะ เวิลด์" 
    .......... 
    "พาฝรั่งไปอาบอบนวดว่ะน้องชาย ไอ้ฝรั่งงี่เง่าพวกนี้ไม่เคยเจอของดียังงี้มาก่อน เจอทีแล้วติดใจ 
    วัดเว้อดแม่งไม่ดูแล้ว จะตีอย่างเดียว"
    "แหม! พี่เล่นนินทาฝรั่งต่อหน้าต่อตาเขาเลยนะ..."
    "เฮ้ย! มันฟังไทยไม่รู้เรื่องหรอก น้องชาย 
    นี่พามันไปพักเกสต์เฮาส์แถวบางลำภู 
    แต่คิดราคาเท่าโรงแรม ฟันไปเหนาะ ๆ สองพัน 
    มันเกิดอยาก เลยพามาเที่ยว คิดเหมาหัวละ
    สี่พัน จ่ายค่าโรงอาบอบนวดเสร็จฟันอีกเหนาะ ๆ 
    คนละสองพัน  เอ...น้อง หมู่นี้ไม่รู้เป็นไง 
     มีหมูฝรั่งโง่ ๆ วิ่งมาชนปังตออยู่เรื่อย"
    "เฮ่ ยู แด๊ท อิ๊ส ไท เฟมเมอส เท็มเพิล... บั๊ท ไอ โด๊นท์ ธิ้งค์ ยู ว้อนท์ ทู ซี...”
    ..........
    "เอ้า! นี่ค่ารถ เอาไปเลยสองร้อย คิดซะว่าได้กำไรฝรั่งมาแบ่งคนไทยด้วยกัน ไปละน้องชาย โชคดี!”


    ระยะทาง  : เพชรบุรีตัดใหม่ - คลองตัน
    เวลา : 23.00
    ค่าโดยสาร : 59 บาท
    ผู้โดยสาร  : วัยรุ่นชายหญิงคู่หนึ่ง

    "ดึกแล้ว เดี๋ยวคืนนี้นอนค้างที่หอพักนุชได้หรือเปล่า?"
    "ได้ซี แต่แม่เธอไม่ว่าเหรอ?"
    "โอ๊ย! ผมไม่กลับบ้านอาทิตย์นึงแม่ก็ไม่รู้ ป่านนี้
    คงตีไพ่อยู่ที่บ่อนไหนก็ไม่รู้"
    "งั้นก็ตามใจ"
    "แล้วที่หอพักนั้นเค้าไม่ว่าที่พาคนนอกเข้าไปเหรอ? เห็นมีแต่นักเรียน..."
    "จะไปว่าอะไร ใคร ๆ ก็ทำยังงี้ทั้งนั้น จับกันเป็นคู่ ๆ"
    "สอบเมื่อไหร่?"
    "มะรืนนี้ อย่าคุยเรื่องนี้เลย ได้ยินแล้วปวดเฮด 
    ไว้พรุ่งนี้ก่อนค่อยคิดว่าจะทำยังไง อย่างมากก็
    ซ้ำอีกปี ภูมิแน่นขึ้นอีกต่างหาก"


    ระยะทาง  : คลองตัน - บางแค
    เวลา : 00.15
    ค่าโดยสาร : 155 บาท
    ผู้โดยสาร  : ชายหนุ่มวัยสามสิบคนเดียว

    "ทำไมแท็กซี่คันเมื่อกี้ไม่รับพี่?"
    "ไม่รู้มัน สงสัยกลัวไม่คุ้ม"
    "มัวแต่เลือกเส้นทางอยู่นั่น เมื่อไหร่จะเจริญ..."
    "นั่นสิ ตั้งแต่ติดมิเตอร์มานี่ เกี่ยงระยะทางกันทั้งนั้น"
    "ผมเป็นแท็กซี่เองแท้ ๆ ยังระอาพวกนี้ ทำงาน
    ทุกอาชีพมันก็ลำบากไปคนละแบบจริงไหม 
     อย่างเมื่อกี้รับผู้โดยสารมาจากถนนเพชรบุรี 
    เกือบชั่วโมงยังไม่ถึง จะเที่ยงคืนอยู่แล้วรถมันยังติด ผมก็ต้องทน"
    "ใช่ ผมเองก็เพิ่งเลิกงาน ดึกมาหลายคืนแล้ว 
    โอ-ทีก็ไม่มี ลูกเกือบจำหน้าพ่อไม่ได้อยู่แล้ว เหนื่อยเหลือเกิน เดี๋ยวถึงแล้ว ปลุกผมด้วย”


    ระยะทาง  : เพชรเกษม - สุขุมวิท 55
    เวลา : 02.10
    ค่าโดยสาร : 143 บาท
    ผู้โดยสาร  : ชายวัยห้าสิบคนหนึ่ง

    "แท็กซี่ไปที่ที่วัยรุ่นชอบไปกันที่ถนนนั่นถูกใช่ไหม?"
    "ไม่แน่ใจ ถนนนั่นออกยาว ที่เที่ยวกลางคืนเส้นนั้นมีเยอะ ยังมีซอยแยกอีกหลายซอย"
    "ที่ที่มีตรารูปโครงกระดูกน่ะ"
    "อ๋อ! เดอะ สเกลลีตัน สำหรับวัยสะรุ่น พี่ก็ไปเที่ยวที่นั่นด้วยรึ? เด็ก ๆ ทั้งนั้นนา..."
    "เปล่าไปเที่ยว ผมแวะมาตามคนหน่อย  
    จอดรถที่นี่เดี๋ยวผมกลับมา เอ้า! เอาแบ๊งค์ร้อยไปก่อนใบนึง... นี่ตีสองกว่าแต่ทำไมวัยรุ่นมันมาก
    ยังงี้..."
    "โธ่! พี่ นี่เขาเพิ่งจะเริ่มกัน"
    "ตามไม่ทันจริง ๆ เด็กสมัยนี้ เดี๋ยวคุณรอผมเที่ยวกลับด้วย"
    ..........
    "แท็กซี่ เปิดประตู!"
    "เกิดอะไรขึ้น? นี่พี่ไปลากสาวที่ไหนมา? ร้องลั่นมาแต่ไกล..."
    "ลูกสาวผมเอง... กลับบ้านเดี๋ยวนี้ อีลูกไม่รักดี"
    "ไม่กลับ ปล่อยนะพ่อ"
    "หนอย! อีนี่...โกหกว่าไปค่ายเยาวชนต่างจังหวัด 
    นี่มันค่ายห่าอะไรวะ ขายหน้าเค้าไหม พ่อมึงเป็นถึงคนใหญ่คนโต ปล่อยให้ลูกมามั่วที่นี่ทุกคืน 
    รู้ถึงไหนอายเขาถึงนั่น"
    "ชีวิตของหนูเองนะ พ่อไม่ต้องมายุ่งเกี่ยว"
    "หนอย...อีลูกบังเกิดเกล้า..."
    "อย่ามายุ่งกะหนูนะ..."
    "นี่พ่อแกนะ..."
    "แต่พ่อเคยให้เวลาลูก ๆ บ้างหรือเปล่า 
    ทั้งปีทั้งชาติพ่อเอาแต่หาเงิน..."
    ..........
    "กลับที่เดิมได้ แท็กซี่"
    "อ้าว! เด็กนั่นไม่มาด้วยหรือครับ?"
    "ไม่มา"
    "เฮ้อ! วัยรุ่นสมัยนี้ต่างก็มีทางเดินของตัวเอง"
    "ใช่ อิสระมากจนเกินไป แต่บางอย่างก็ถูกของลูกสาวผมเหมือนกัน 
    ผมไม่เคยให้เวลากับลูก วัน ๆ หมกมุ่นอยู่กับการ
    หาเงินเพื่อลูก เพื่อครอบครัว  ผลที่สุดเป็นไง 
    บ้านก็แตก..."
    "สังคมมันเปลี่ยนไปเร็วเหลือเกิน"
    "คุณก็เหมือนกัน ขับรถแท็กซี่หาเงินดึกดื่นทุกวัน 
    มีเวลาให้ครอบครัวบ้างหรือ?"
    "ไม่มีหรอก ครอบครัวผมอยู่ต่างจังหวัด"
    "ชีวิตเราทั้งคู่ก็แย่กันไปคนละแบบ"
    "ใช่ แต่ก็หวังว่าคงแย่อีกไม่นาน เพราะคืนนี้
    เป็นคืนสุดท้ายของอาชีพขับแท็กซี่ พรุ่งนี้
    ผมจะกลับบ้านเดิมที่บุรีรัมย์ซักที..."


    ระยะทาง  : เพชรเกษม - บ้าน
    เวลา : 03.40
    ค่าโดยสาร : -
    ผู้โดยสาร  : เหลือคนขับคนเดียว

    ถนนราตรีสายหนึ่งกับไฟจราจรริมถนน 
    ป้ายไฟนีออนที่สี่แยกกับทางม้าลายสีซีด
    ทางเท้าเงียบสงัดกับขอทานที่กำลังหลับ
    ป้ายรถเมล์ไร้คนกับเสาไฟฟ้าที่ยืนหงอยเหงา...  
    รถแท็กซี่คันหนึ่งวิ่งออกสู่นอกเมืองมืดสลัว...

    ปล..ได้อ่านงานของ วินทร์ เลียววาริน(อาเพศกำสรวล) อ่านแล้วได้ข้อคิดมามาย..เลยอดไม่ได้ที่จะเอามาฝากเพื่อนๆ ลองค่อยๆอ่านจนจบนะ..แล้วเราจะรู้ว่าสังคมมันเปลี่ยนไปมากขนาดไหน...



     



    Happy Birthday ..to me

                                                                 
                                                                 ๑๔ ต.ค. ๒๕๕๐
                               ขอเชิญเพื่อนที่น่ารักทุกๆคนร่วมอวยพรวันเกิด



    ปล.วันเสาร์ที่สิบสามใครว่างขอเชิญร่วมดื่มน้ำจัน ที่ รูท66 โซนฮิป ตั้งแต่เวลา
    21.00 น.- 01.00 น. พร้อมทั้งร่วมอวยพรวันเกิดให้เจ้าของ Spaces ด้วยนะ

    ๑๕  ตุลาคม  ๒๕๕๐
    เวลา  ๑๘.๓๐ น.

    ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับวันคล้ายวันเกิด...
    นานๆไปปล่อยแก่(แบบที่เจ้าหญิงบอก)ก็สนุกสนานเป็นที่เฮฮาตามประสา
    ปีนี้นอกจากจะมีเพื่อนสนิทมาร่วมอวยพรแล้วก็ยังมีเพื่อนๆในสเปซที่น่ารัก
    มาอวยพรอีกมากมาย ขอบคุณมากสำหรับมิตรภาพที่มีให้ตลอดมา..รวมถึง
    บุคคลที่ขอยกเอามาเอ่ยนีสนึง..นั่นก็คือ แต่น แต่น แต๊น เจ้าหญิง นั่นเอง..
    ขอบคุณเจ้าหญิงมากๆกับอะไรอะไรที่ทำให้...หวังว่าเราจะรักษามิตรภาพนี้
    ไว้ตลอดไปนะจ๊ะ..รวมไปถึงอีกหลายๆคนที่อาจจะไม่ได้เอ่ยไว้ในที่นี้ด้วย..นะ

     


     

    :: ความเข้มแข็ง ::






     


     

      


     

     

     

     

     

     
      ..ความเข้มแข็ง 
     By new modmod
     
          ในความเข้มแข็ง ..
          ที่เราพยายามสร้างมันขึ้นมา หลายครั้ง
          ก็เพื่อปิดบังความอ่อนแอที่ซ่อนอยู่
          และในบางครั้งเราเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
          ... ว่าทำไม
          ทำไมต้องหาอะไรมากั้นความอ่อนแอ
          ที่ดูเหมือนมันจะมีมากมายซะเหลือเกิน
          แต่ถึงแม้ว่ามันจะมีมากมายซักแค่ไหน
          ก็ไม่ได้หมายความว่า " เราจะยอมแพ้ "
          จงเฝ้าบอกตัวเองให้ลุกขึ้น เข้มแข็ง
             ...และอย่ายอมแพ้ 
           เพื่อที่จะลุกขึ้นมาใหม่..อย่างทรนง
          และทุกๆครั้งที่เราอ่อนแอ ...
             ... ใครว่าน้ำตาไม่เคยช่วยอะไร
          เพราะอย่างน้อยในเวลาที่หาทางออกไม่เจอ
          ไม่เหลือใคร..
          น้ำตา..ก็มักจะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดเสมอ
          แต่เมื่อใดก็ตามที่คุณร้อง ร้อง ร้องแล้วละก็
          จงอย่าลืมลุก ลุกขึ้นสู้สู้อีกครั้ง
                ...เพื่อตัวเราเอง
     
      ปล เอางานเก่าเก่าที่เคยเขียนไว้เล่นๆมาขัดขัดถูๆ
      และหยิบขึ้นมาแบ่งปันกันอ่านแอบเขิลเล็กน้อย
      ไม่รู้จะมีใครชอบบ้าง..หรือป่าว เป็นกำลังใจให้ด้วยนะ
       ..เราก็เป็นกำลังใจให้ทุกคนจ้า..

           
         



    :: เรื่องเล่าจากพระจันทร์ ::



     





    เ รื่ อ ง เ ล่ า จ า ก พ ร ะ จั น ท ร์ . .

    นานมาแล้ว..สมัยที่โลกยังมีพระจันทร์ 2ดวง
    มีดวงจันทร์ดวงหนึ่งเป็นผู้หญิง กับอีกดวงหนึ่งเป็นผู้ชาย
    และดวงจันทร์ทั้งสองดวงนี้ ต่างก็รักกันมาก ดวงจันทร์ทั้งสอง
    ไม่เคยแยกห่างจากกัน..ทุกๆ คืนเมื่อมองไปบนฟ้า
    จะเห็นดวงจันทร์ทั้งคู่ อยู่เคียงข้างกันเสมอ

    แต่แล้ววันหนึ่ง ..
    ดวงจันทร์ผู้หญิงได้ไปพบกับดวงอาทิตย์
    ทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิงหลงใหลในแสงเจิดจ้าของดวงอาทิตย์
    จนเลื่อนตัวตามดวงอาทิตย์ไปทีละน้อย ทีละน้อย
    และก็แยกมาจากดวงจันทร์อีกดวงหนึ่งในที่สุด

    เมื่อค่ำคืนมาถึง..
    จึงมีดวงจันทร์ผู้ชายเหลืออยู่ เพียงดวงเดียว
    ส่วนดวงจันทร์ผู้ชายก็ได้แต่ตามหา ดวงจันทร์ผู้หญิง
    ไปทุกหนทุกแห่ง คืนแล้วคืนเล่าวันเวลาล่วงผ่านไป
    แต่ดวงจันทร์ผู้ชายก็ไม่สามารถหาดวงจันทร์ผู้หญิงได้พบ

    ด้วยความคิดถึง..
    และอยากพบดวงจันทร์ผู้หญิงให้เร็วที่สุด
    ทำให้ดวงจันทร์ผู้ชายคิดว่า "หากเรามัวแต่ตามหา
    อยู่อย่างนี้ คงไม่ได้เจอแน่ๆ" จึงตัดสินใจ..
    ระเบิดตัวเอง เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ไปทั่วทั้งจักรวาล
    เพื่อให้ชิ้นส่วนแต่ละชิ้น ออกตามหาดวงจันทร์อีกดวงหนึ่งนั้น

    ..เมื่อเวลาผ่านไป
    ทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิง ได้เห็นถึงความจริงว่า
    แม้ดวงอาทิตย์จะส่องแสงเจิดจ้า สวยงามสักปานใด
    แต่ดวงอาทิตย์ก็มิได้ส่องแสงเจิดจ้า แต่เพียงเธอเท่านั้น
    ยังส่องแสงไปยังดาวดวงอื่นๆ อีกมากมาย
    ดวงจันทร์ผู้หญิงจึงกลับมาหาดวงจันทร์ผู้ชายอีกครั้ง...


    ..แต่หาเท่าไรก็หาดวงจันทร์ผู้ชายไม่พบ
    ต่อมาจึงได้รู้ว่า ดวงจันทร์ผู้ชายยอมระเบิดตัวเอง
    เพียงเพื่อตามหาตน จนกระจัดกระจายเป็นเศษเสี้ยวเล็กๆ
    ทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิงรู้ว่าไม่มีวันที่จะได้เจอ
    บดวงจันทร์ผู้ชายอีกต่อไปแล้ว จึงได้แต่โศกเศร้า
    และเสียใจแต่ด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ที่ดวงจันทร์ผู้ชาย
    มีต่อดวงจันทร์ผู้หญิง ..ทุกค่ำคืนจึงพยายามเปล่งประกายแสง
    ที่ยังเหลืออยู่เพียงน้อยนิดของตน ส่งให้ถึงดวงจันทร์ผู้หญิง
    เกิดเป็นแสงพร่างพรายเต็มท้องฟ้า เคียงข้างดวงจันทร์
    จนเกิดเป็นดวงจันทร์และดวงดาว ให้เราเห็นจนถึงทุกวันนี้ 

    .. หากเรามองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืน
    วันไหนที่เห็นจันทร์สวยสด
    วันนั้น คุณก็จะไม่เห็นดาวดวงเล็กดวงน้อยส่องแสง
    หรือ วันใดคุณเห็นดาวเปล่งประกายเต็มฟ้ามืด
    วันนั้น คุณก็จะไม่พบดวงจันทร์
    เขาและเธอ ไม่อาจพบกันตลอดกาล..

    ปล.เคยเอาเรื่องนี้ไปลงในบล็อคเก่าแต่ตอนนี้มันลบไปแล้ว
    อดเสียดายไม่ได้เพราะชอบและเสียดาย .. เอามาฝากกันนะ
     

     






    :: รักหงส์ไม่เปลี่ยนแปลง ::





    ไม่เปลี่ยนแปลง...

    คงไม่แปลกใช่มั๊ยถ้าเกิดว่าจะอัพไดวันละ สองสามเรื่อง หุหุ ก็คนมันเรื่องเยอะนี่นา
    วันนี้แล้วนะเนี่ย..วันสำคัญของพวกเรา(ใครเป็นพวกมั่งยกมือ)ชาวเดอะค็อปที่จะได้รู้
    ว่าจะสมหวังหรือจะเป็นอีกวันที่แสนเศร้า ไม่มีใครรู้จนกว่าเวลาจะผ่านพ้นไป...ผลการแข่งขัน
    อาจจะสำคัญทางด้านจิตใจ แต่มันไม่ใช่ทุกสิ่งของความรักที่มีต่อ ลิเวอร์พูล หากใครเป็นแฟน
    พันธ์แท้ก็คงจะรู้สึกเหมือนกัน คือไม่รู้จะพูดอะไรแล้วไง..ปลอบใจตัวเองและผองเพื่อน
    เอาไว้ก่อน เผื่อจะฮึกเหิมและช่วยส่งเป็นแรงผลักดัน(เริ่มบ้าพลัง)ให้หงส์ชนะ..อย่างสดใส

    เพราะรู้สึกว่าช่วงหลังนี่โดนแฟนๆของหงส์โจมตีทีมที่ตัวเองรักกันอย่างหนัก...
    สำหรับเราก็ผิดหวังนะแต่เกมส์ก็คือเกมส์ไม่ชนะก็แพ้หรือแค่สเมอตัว..แล้วก็คิดว่า
    บรรดานักเตะหรือทีมงานก็คงไม่มีใครอยากแพ้...เพราะฉะนั้นก็เลยงงเล็กน้อยสำหรับ
    คนที่ตีโพยตีพายด่าและโกรธนักเตะเหมือนเป็นศัตรู...มันก้แค่ลูกกลมๆอะไรจะเกิดขึ้น
    เมื่อใหร่ก็ได้ หากยอมรับต่อผลงานของทีมไม่ได้ก้อย่าคาดหวังจะดีกว่ามั๊ย...หุหุ

    ...ที่ร่ายมาซะยาวเนี่ยไม่ใช่อะไร ปลอบใจตัวเองไงเผื่อแพ้ขึ้นมาจะได้ไม่ชีช้ำ
    แล้วอีกอย่างก็รู้สึกงง..กับแฟนหงส์ที่เวลาทีมแพ้แล้วก็โทษคนนั้นทีคนนี้ที
    มันก็อาจจะจริงแล้วไปแก้ไขอดีตได้มั๊ย..เฮ้อบ่นไปก็เศร้าไปอยากรู้จัง
    ว่าคนที่บ่นนี่..นึกถึงอีตอนที่ทีมชนะกันบ้างหรือเปล่านะ...เพราะสำหรับเรา
    หงส์ก็คือหงส์จะกลายเป็นไก่หรือหอยคงไม่ได้ เมื่อเราเป็นกองเชียร์มีหน้าที่เชียร์
    ผลจะเป็นยังไงนั้นเราก็ต้องร่มรับและก้าวไปพร้อมๆกันไม่ใช่โทษใครคนใดคนหนึ่ง
    เพราะโทษไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา เพราะยังไงก็ยังรักและเชียร์หงส์
                                                           ..ไม่เปลี่ยนแปลง

    ปล..ขอระบายเรียกความฮึกเหิมนีสนึง...เพราะหงส์คือหัวใจ
    จึงไม่เคยเดียวดายเวลาก้าวเดิน...ตื่นเต้นวุ๊ยอยากดูเร็วๆ...หุหุ

     



    :: จากมดมดถึงเจ้าหญิง ::


     

     


     

     

     

     

     

     

     

     

     


    จากมดมดถึง..เจ้าหญิง

    อยากให้กำลังใจคนคนนึง
    เป็นเพื่อนที่ไม่เคยเห็นแม้แต่หน้าตา
    แต่ตอนนี้มดมดรู้ว่าเค้ากำลังรู้สึกแย่
    หลายคนคงรู้จักเค้าในนามของ เจ้าหญิง
    สำหรับมดมด..
    เจ้าหญิงเป็นเพื่อนที่มีอะไรคล้ายกัน
    ..ความรู้สึกของมดมดที่มีต่อเจ้าหญิง
    มันมากกว่าคำว่าชอบแต่มดมดรู้สึก
    ประทับใจในหลายๆเรื่อง
    ของเจ้าหญิง
    ไม่ว่าจะเป็นความคิด ความสามารถ หรือนิสัยใจคอ(เท่าที่สำผัส)
    มดมดรับรู้ได้ว่าเจ้าหญิงเป็นคนดี
    น่าคบหาและน่าจะเป็นเพื่อนที่ดี...

    ...ตอนนี้ไม่รู้ว่าเจ้าหญิงจะรู้สึกดีขึ้น
    แล้วหรือยัง..
    มดมดก็หวังว่าเจ้าหญิงจะลุกขึ้น
    ปล่อยให้ความเสียใจเป็นบทเรียน
    เริ่มต้นใหม่..และไม่กลัวที่จะสร้างผลงาน
    ดี-ดีออกมาให้ใครหลายๆคนที่ติดตาม
    รวมถึงมดมดด้วยได้อ่านกันอีกนะจ๊ะ..

    ปล.มดมดตั้งใจเลือกเพลงนี้เพราะนอกจากจะเป็นเพลงที่ชอบแล้ว มดมดอยากจะบอกเจ้าหญิงว่า.."อย่าหยุดยั้งนะเจ้าหญิง"..สู้สู้
    แล้วก็เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังท้ออยู่ด้วยนะคะ สู้สู้ค่ะ มดมดขอเป็นกำลังใจให้ 

    เพลง : อย่าหยุดยั้ง
          ศิลปิน : ดิโอฬาร   


    อย่าไปแคร์ถึงเรื่องราวในครั้งก่อน
    อย่ามัวนอนเศร้าโศกศัลย์เมื่อช้ำใจ
    ก็ลองคิดใคร่ครวญมันคุ้มกันหรือเปล่า
    ตัดอกตัดใจบ้างเถิดหนาคนดี
    เธอบางคนยังยึดมั่นภายในใจ ซ่อนเก็บความเจ็บไว้ ใครบ้างไหมเข้าใจเธอ
    มียังมีคนอื่นเข้าใจเธอยังมี
    อย่าสับสนอย่ากังวลร้องไห้ไปทำไม
    ทิ้งไว้ในอดีต
    อยู่แห่งไหนหรือเป็นใครเมื่อช้ำโศก
    ใช่เพียงตัวเราที่อับเฉายับเยิน
    ชีวิตของคนเราต้องพบทางหลายอย่าง
    มีสุขสมหวังมีปวดร้าวปนเป
    * วันเวลาที่แสนเศร้าคงจางไป
    ไม่นานความสดใสที่เธอหวังคงคืนมา
    โอ้พรอันใดศักดิ์สิทธิ์เพียงไหนจงบันดาล
    สู่แดนดินแด่ตัวเธอผู้ช้ำตรมในดวงใจ
    ให้หายความจาบัลย์
    ** ต่อแต่นี้หัวใจเธอมีเพียงความสบายใจ
    เธอเปี่ยมล้นด้วยพลังที่เธอสร้างขึ้นมาใหม่ ด้วยใจ..และเธอก็เข้าใจสิ่งที่แล้ว
    พลาดพลั้งไป เธอเข้าใจ
    อย่า อย่าหยุดยั้งก้าวไปยังสิ่งที่หมาย
    ที่เธอใฝ่และฝันให้สมหวังดังใจปอง
    โอ้เธอ.. 

    :::::::::::::::::::::::::::

     

    :: มุมมอง ::



    มุมมอง...

    หากคุณไม่อาจที่จะหลับไหลในยามราตรีนี้
    ใคร่ครวญให้ดียังมีผู้ไร้แม้ที่ซุกหัวนอน
     
    ไม่ต้องรันทด หากท่านอยู่ในรถที่ติดไปไหนไม่ได้
    เพราะมีคนอีกมากมายที่ไม่เคยมีแม้โอกาสได้นั่งรถ
     
    หากวันนี้มีงานที่กวนใจท่านมาก คิดเสียว่า
    ยังไม่ลำบากเท่าคนที่ตกงานนานกว่าสามเดือนแล้ว

    ยามเมื่อความสัมพันธ์สะบั้นลง อย่าเพิ่งคิดสั้น
    เพราะยังดีกว่าผู้ที่ไม่เคยรู้จักรัก
     
    อย่าอาวรณ์ตอนสุดสัปดาห์จะผ่านพ้น
    จงคิดถึงคนหาเช้ากินค่ำไม่มีวันพัก เพียงเพื่อจักยังชีพ

    แม้ต้องเดินเสียไกลลิบ เพื่อขอความช่วยเหลือยามรถเสีย
    ให้นึกถึงผู้ที่เป็นอัมพาตที่อยากอาสาเดินแทน

    หากส่องกระจกพบผมหงอกเพิ่มมาอีกเส้น
     ยังดีกว่าเป็นผู้ป่วยเคมีบำบัดที่หวังเพียงว่า ผมจะงอกได้อีก
     
    ยามโชคร้ายแทบหมดอาลัยตายอยาก จงดีใจเถิด
    เพราะยังประเสริฐกว่าผู้ที่ตายไปก่อนจะมีโอกาสใด
     
    หากต้องทนให้ผู้อื่นระบายทุกข์ใส่ ...
    จะแย่กว่าเป็นไหนไหน ถ้าต้องเป็นทุกข์นั้นเสียเอง

    ปล.หยิบมาฝากจาก FW mail นะคะ..อ่านแล้วรู้สึกดีลองอ่านดูนะ...